PUSH YOUR GUN DOWN | #RyanTom (1)

 
 

1

 

 

5392192c10d84a2a331903b038b4c0d3

Song: The Weeknd – Hurt You feat. Gesaffelstein
  

 

 

 

          โชคไม่ดีเท่าไหร่ที่ฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด คนตัวเล็กนึกหงุดหงิดกับความสะเพร่าของตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่ามีรายงานข่าวเรื่องฝนฟ้าอากาศตั้งแต่เมื่อเช้าก่อนออกจากหอพัก เจ้าตัวกลับดันลืมพกร่มออกมาเสียสนิท จึงเป็นผลให้ต้องมาติดแหงกอยู่ที่ป้ายรถประจำทางแถบรถไฟฟ้าใต้ดิน
 
        อากาศที่เริ่มเย็นลงทำให้ทอม ฮอลแลนด์ต้องกระชับกระเป๋าสีน้ำตาลในอ้อมกอดตัวเองไว้แน่นเป็นการคลายความหนาวไปพลางๆ วันนี้เขาช่างไม่มีโชคเอาเสียเลย เวลาหกโมงเย็นแบบนี้แทนที่จะได้อาบน้ำอาบท่าให้ละลายความเมื่อยล้าที่มันสะสมมาทั้งวันแท้ๆ ไม่หนำซ้ำงานที่ทำเสร็จไปกว่าห้าร้อยหน้าดันถูกตีกลับมาให้แก้ นึกแล้วก็ได้แต่ทอดถอนลมหายใจออกมาเบาๆด้วยความเหนื่อยอ่อน ควันสีขาวจากริมฝีปากบางลอยออกมาคละคลุ้งอยู่ในอากาศอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่มันจะเลื่อนจางหายไป.. คงจะเป็นเรื่องจริงที่คนอย่างทอมฮอลแลนด์ไม่มีโชคด้านไหนเลย จนทำอะไรไม่สำเร็จตามใจหวังสักอย่าง หรือไม่อย่างนั้นก็คงจะเป็นที่เขาเองที่ไร้น้ำยา

 

        สมควรแล้วที่พ่อกับแม่จะเอาเขาไปเปรียบเทียบกับพี่สาวอยู่บ่อยๆ
 
        ทอมฮอลแลนด์สูดหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนตัดสินใจใช้กระเป๋าเป้ของตัวเองเองมาเป็นกำบังเหนือศีรษะ แล้วก้าวเท้าเดินออกจากป้ายรถประจำทางที่มีผู้คนเบียดเสียดกันจนเกือบล้น
 
 

 

 
 
          คริส เฮมสเวิร์ธเหนื่อยหน่ายกับการจราจรในวันฝนตก
 
          1 นาทีที่ติดอยู่บนท้องถนน อาจทำให้เขาสูญเสียรายได้มากกว่า 1 ล้านดอลล่าร์ฯ
 
          มือหนาปิดแฟ้มเอกสารในมือลงก่อนโยนลงไปที่เบาะที่ว่างข้างกายอย่างลวกๆ แล้วใช้มือปลดเนคไทพร้อมกระดุมด้านบนอีกสองเม็ด เฮมสเวิร์ธเอนศีรษะพิงไปด้านหลัง ก่อนมองออกไปนอกกระจกรถชั่วโมงไพรม์ไทม์ในย่านคิงส์ตันอัพพอนเทมส์ตอนฝนตก อะไรๆก็ดูเร่งรีบไปซะหมด เขาเกลียดเวลาที่ผู้คนพลุกพล่านเบียดเสียดกันจนเต็มทางเท้า น่าหงุดหงิดใจทั้งการจราจรและบรรยากาศ
 
          ขณะนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ได้ฉุดให้เฮมสเวิร์ธให้หลุดออกจากภวังค์ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทสีน้ำเงินที่ตนสวมใส่ นาทีที่จะกดรับสาย ดวงตาคมกลับไปสะดุดเข้ากับใครบางคนเข้า ร่างสูงจึงกดตัดสายอย่างไม่รอช้า แม้ปลายสายที่โทรมาจะมีรูปผู้หญิงและเด็กชายอีกสองคนโชว์หราขึ้นมาพร้อมเบอร์โทรศัพท์ก็ตามที
 
          “ขับชะลอตามเด็กคนนั้นไป
 
          “ครับ
 
         สิ้นเสียงสั่งการของบอสที่นั่งอยู่ด้านหลัง เลขาที่พ่วงตำแหน่งบอดี้การ์ดก็หักพวงมาลัยประชิดทางเท้า

 

          เรย์โนลส์เบนสายตาจากเป้าหมายก่อนชำเลืองมองที่เฮมสเวิร์ธผ่านกระจกมองหลัง แล้วเบนกลับไปยังเด็กหนุ่มที่กำลังเดินจ้ำอ้าวฝ่าฝูงชน ขณะที่ฝนกระหน่ำใส่ตัวเองจนเสื้อเปียกลู่กับผิวเนื้อ
 
          มือแกร่งประคองพวงมาลัยกระชับแน่นขึ้นด้วยท่าทีผ่อนคลาย เขาไม่แปลกใจเท่าไรที่เฮมสเวิร์ธจะมีข่าวฉาวโฉ่ลงตามสำนักข่าวไฮโซอยู่แทบทุกเดือน เพราะนอกจากหน้าตา เขาก็ยังสามารถเล่นละครเป็นสุภาพบุรุษได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีอีกด้วย

 

          และครั้งนี้.. ดูเหมือนว่าเฮมสเวิร์ธก็กำลังจะประสบความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

 

          ทอม ฮอลแลนด์ไม่ได้เกลียดสายตาที่เกือบทุกคนในแผนกมองมาที่เขาอย่างเดียดฉันท์ แต่ก็ทำใจยอมรับมันไม่ได้เช่นกัน

 

            คนตัวเล็กตัดสินใจจะเปิดประเด็นสนทนาเพื่อลดความกระอักกระอ่วนที่ตามหลอกหลอนเขาจนทำให้มือสั่นเทาอยู่ตอนนี้ ด้วยการชวนลอเรน เพื่อนคนแรกที่รู้จักในวันแรกของการทำงานที่เอชคอป ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันเหมือนที่เคยทำด้วยกันตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ทอมลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานของตัวเองก่อนเดินตรงไปยังโต๊ะของเธอที่อยู่อีกฝั่งของแผนก

 

            คนตัวเล็กสูดหายใจแล้วส่งยิ้มให้เธอมาแต่ไกล หญิงสาวร่างเพรียวบางกำลังหัวเราะร่วนกับประเด็นสนทนาที่กำลังคุยกับเพื่อนโต๊ะข้างกัน ก่อนที่เธอจะเผลอหันมาสบตาเข้ากับเด็กหนุ่มที่กำลังเดินตรงมายังตัวเอง ทอมเห็นปฏิกิริยาทุกอย่าง.. เขาเห็นลอเรนค่อยๆหุบยิ้ม เพื่อนโต๊ะข้างๆเธอก็เช่นกัน ตอนนี้มือของทอมสั่นหนักกว่าเดิม มันเป็นแบบนี้บ่อยครั้งเวลาที่เจอสถานการณ์ชวนอึดอัด แต่อย่างไรก็ตาม เขาหันหลังกลับไม่ได้แล้ว บางทีเขาอาจจะคิดมากไปเอง.. ทอมย้ำเตือนตัวเองในใจ

 

            “เฮ้-”

 

            “ไปกันเถอะเจส”

 

            ยังไม่ทันเอ่ยปากได้ถึงสองคำ ลอเรนก็หันไปสะกิดหญิงสาวที่นั่งข้างกัน และลุกออกไปอย่างผลุนผลัน แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะเปิดโปรแกรมใดๆเพื่อพิมพ์งานค้างไว้ก็ตาม

 

            ทอมหน้าชาวาบ และมองตามหลังของหญิงสาวที่เขาเคยสนิทด้วยความอ่อนใจ

 

            สมควรแล้วฮอลแลนด์

 

 

 

 

            ทอมใช้มือพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้น ก่อนเอามือไปรองน้ำจากก๊อกระบบเซ็นเซอร์แล้วยกขึ้นล้างหน้าตัวเอง มือเล็กปิดหน้าตัวเองอยู่อย่างนั้นสักพัก ก่อนลดมันลงเพื่อค้ำกับเคาท์เตอร์ภายในห้องน้ำ

 

            ดวงตาเรียวรีมองเงาสะท้อนตัวเองในกระจก เขาเห็นหยดน้ำที่เกาะตามผิวเนื้อ และเปลือกตาที่บวมแดงเนื่องจากผ่านการร้องไห้มาเกือบชั่วโมง ใช่.. เขาใช้เวลาพักเที่ยงทั้งชั่วโมงเพื่อร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ และดูเหมือนมันจะกลายเป็นที่ประจำของเขาทุกวันไปซะแล้ว

 

            เสียงประตูห้องน้ำดังขึ้น ทอมฮอลแลนด์มองเงาสะท้อนของร่างสูงที่กำลังเดินตรงปรี่มาที่เขา ก่อนยกยิ้มให้อีกฝ่ายจางๆ

 

            เฮมสเวิร์ธในชุดสูทสีเทาก้าวเท้าไปประชิดด้านหลังของคนตัวเล็ก ฝ่ามือแกร่งค่อยๆสวมกอดเอวบาง ใบหน้าไร้ที่ติขยับเข้าไปแนบกับแก้มเนียน ก่อนที่เขาจะเผยอริมฝีปากเพื่อลากลิ้นเลียหยดน้ำที่เกาะพรมจากผิวแก้มขึ้นไปที่ข้างขมับ ทอมฮอลแลนด์ย่นคอน้อยๆ ก่อนจะพยายามจับแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามคลายออกจากเอวของตน แล้วหันหน้าไปประจัญ

 

            “เดี๋ยวคนมาเห็นครับ”

 

            คริสพ่นลมหายใจหนักออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนใช้สองมือจับเอวอีกฝ่ายให้มั่นแล้วยกให้ขึ้นไปนั่งบนเคาท์เตอร์ มือเล็กรีบตวัดยกคล้องคอร่างสูงด้วยความตกใจเล็กน้อย ก่อนที่เฮมสเวิร์ธจะโถมกายเข้าหาจนร่างเล็กที่นั่งอยู่เอนตัวไปด้านหลังจนเกือบจะชิดกับอ่างล้างมือ

 

            “เรย์โนลด์เฝ้าอยู่ ไม่มีใครกล้ามากวนเราสองคนหรอกน่า” เฮมสเวิร์ธกระซิบข้างริมหูจนทอมได้กลิ่นบุหรี่อ่อนๆจากลมหายใจของอีกฝ่าย

 

            คนตัวเล็กใช้มืออีกข้างเท้ากับเคาท์เตอร์ ขณะปล่อยให้อีกฝ่ายปลดกางเกงของตัวเองร่นลงจนถึงเข่า เขาอยากปฏิเสธคนตรงหน้าเหลือเกิน ติดที่ตรงใจของเขาก็ต้องการเฮมสเวิร์ธเช่นเดียวกัน เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในที่ทำงาน เพราะหากเฮมสเวิร์ธต้องการ เขาก็ทอดกายให้อีกฝ่ายด้วยความยินยอม

 

            ทอม ฮอลแลนด์เลวสิ้นดี

 

            “อึก! อา” เสียงทุ้มหวีดครางในลำคอเมื่อปลายฟันคมขบลงที่ยอดอกของตัวเองอย่างแรงก่อนจะออกแรงดูดทึ้งด้วยความกระหาย ฮอลแลนด์เบ้หน้าอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนข้างมาทำแบบเดียวกันหากแต่ออกแรงมากกว่าเดิม มือเล็กยกขึ้นจับบ่าแกร่งสองข้างแล้วบีบเบาๆเพื่อเรียกสติอีกฝ่าย “ค..คุณคริส เบาหน่อยครับ อะ!!”

 

            เฮมสเวิร์ธไม่ได้ฟังคำร้องขอ เขาจับต้นขาเล็กแล้วกระชากเบาให้อีกฝ่ายนอนราบไปกับเคาท์เตอร์ ฮอลแลนด์เผลออุทานเนื่องจากศีรษะไปกระแทกเข้ากับกระจกเล็กน้อย มือเล็กเผลอกวาดเป็นวงกว้างเพื่อหาที่ยึด จนไปกระแทกกับก๊อกของอ่างล้างหน้าที่อยู่ฝั่งซ้ายของตัวเอง มือเล็กปัดผ่านระบบเซ็นเซอร์ที่ทำงานอัตโนมัติทำให้น้ำไหลซ่าออกมาจนเปียกซึมไปทั้งแขนเสื้อ

 

            เขาจำไม่ได้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เฮมสเวิร์ธเริ่มมีรสนิยมทางเซ็กส์ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นรุนแรงกว่าเมื่อก่อน แต่ฮอลแลนด์ก็ไม่กล้าปริปากอะไรออกไปอยู่ดี เขามันขี้ขลาดเกินกว่าจะกล้าท้วงติง.. ขี้ขลาดเกินกว่าจะยับยั้งอารมณ์ของตัวเอง และขี้ขลาดเกินกว่าที่จะเสียอีกฝ่ายไปจนยอมให้ใครต่อใครตราหน้าว่าโง่งม

 

            เฮมสเวิร์ธลากลิ้นร้อนชื้นไปตามผิวนวล ไรหนวดของร่างสูงทิ่มแทงกับหน้าท้องแบน จนผู้ที่อยู่เบื้องล่างต้องหดเกร็งเอาไว้ เฮมสเวิร์ธไม่ได้ปลดชั้นในที่เป็นปราการด่านสุดท้ายของเด็กหนุ่ม เพียงแต่ใช้นิ้วเหนี่ยวรั้งขอบผ้าตรงที่อยู่ตำแหน่งแก่นกลางของอีกฝ่ายออก เผยให้เห็นแกนกายอุ่นร้อนดีดผึงออกมาชูชัน และช่องทางสีหวานที่ขมิบรัดกันราวกับจงใจเชื้อเชิญ ก่อนที่เขาจะขยับไปตวัดผ่านช่องทางอุ่นร้อนอย่างกลั่นแกล้ง

 

          “อ๊ะ.. อ.. ” เด็กหนุ่มวัย 22 ปี เผลอกลั้นหายใจด้วยความเสียววาบ ขาสองข้างยกขึ้นเกี่ยวที่บั้นเอวของอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ ก่อนจะยกสะโพกขึ้นรับสัมผัส

 

          เสียงดูดดึงจากริมฝีปากของเฮมสเวิร์ธดังก้อง ฮอลแลนด์หลับตาลงเนื่องจากความเสียวซ่านตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ขณะใช้หลังมือปิดปากก่อนใช้ฟันขบลงผิวเนื้อเบาๆเพื่อกลั้นเสียงน่าอายของตัวเอง

 

             มือแกร่งรีบปลดซิปกางเกงตัวเองลง แล้วเหนี่ยวรั้งชั้นในไว้แค่หน้าขาก่อนจะประคองแกนกายออกมาไล้กับช่องทางด้านหลังอย่างหยอกเอิน ฮอลแลนด์บิดสะโพกด้วยความเสียดกระสันก่อนจะเลื่อนมือมาคว้าหมับที่บ่าแกร่ง ปลายเล็บมนจิกลงกับสูทตัวเก่งของอีกฝ่ายจนยับย่น

 

            เฮมสเวิร์ธก้มพรมจูบข้างแก้มนิ่ม ก่อนซุกใบหน้าเข้ากับเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม ร่างสูงใช้มือประคองศีรษะมน พลางใช้มืออีกข้างจับส่วนแข็งขืนเบียดเสียดเข้าไปในรอยจีบสีชมพูอ่อน ความอุ่นร้อนบีบรัดรอบลำท่อนแกร่งจนเจ้าตัวต้องเงยหน้าสูดปากด้วยความกระสัน

 

            “อ..อึก!! ด..เดี๋ยวครับ” เปลือกตาสีมุกปิดลงแน่นพร้อมเม้มริมฝีปากหากันจนเป็นรอยฟัน คนตัวเล็กเลื่อนมือลงไปดันตรงหน้าท้องที่ถูกประดับไปด้วยกล้ามท้องไว้น้อยๆ

 

            “ไม่เป็นไรนะ ทอมมี่ ผ่อนคลายหน่อยนะเด็กดี” เสียงเข้มกระซิบจรดใบหูขณะสอดนิ้วเข้าไปในกลุ่มผมนุ่มแล้วลูบช้าๆ

 

            ฮอลแลนด์ไม่ได้ตอบสิ่งใดออกไป เขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่นานนักเฮมสเวิร์ธก็ขยับสะโพกกระแทกกระทั้นเข้าไปในกายบางอีกรอบ

 

            “OH FUCK!”

 

         เฮมสเวิร์ธหลับตาลงแน่น ก่อนแช่ค้างไว้แบบนั้น เขารับรู้ได้ถึงหน้าท้องเนียนที่หดเกร็ง ร่างสูงผละออกมาจากเรือนผมนุ่มแล้วมองใบหน้าหวานที่กำลังเหยเกด้วยความจุก มือเล็กขยุ้มเสื้อสูทของเขาแน่นเสียจนสั่นระริก

 

            เจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดของเขาเผยอปากหอบหายใจจนน้ำลายไหลออกมาเปื้อนเปรอะที่มุมปาก เฮมสเวิร์ธก้มลงไปจูบซับเบาๆ แล้วเลื่อนไปประกบจูบที่ริมฝีปากบางแล้วดูดทึ้งจนพอใจพลางสวนกระแทกสะโพกอย่างแรงอีกครั้งแล้วทยอยเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยาน

 

            ฮอลแลนด์ผละมือออกมายันกายกับเคาท์เตอร์อ่างล่างมืออีกครั้ง เนื่องจากแรงกระแทกทำให้แผ่นหลังที่อยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนขูดกับขอบของมัน คนตัวเล็กพยายามเปิดเปลือกตามองคนที่อยู่ด้านบน ทอมอยากรู้เพียงว่า เขาทำให้เฮมสเวิร์ธมีความสุขได้มากขนาดไหน เมื่อได้คำตอบนั้น ใบหน้าอ่อนเยาว์ก็ยกยิ้มด้วยความครึ้มใจก่อนยกสะโพกสวนรับเข้ากับแรงกระแทกอย่างปรนเปรอ

 

          มือเล็กเลื่อนขึ้นประคองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความรัก ก่อนที่เฮมสเวิร์ธจะเปิดเปลือกตาขึ้นสบตากับอีกฝ่าย.. นาทีนั้นเองที่คำครหาต่างๆที่คนตัวเล็กเคยได้ยินมาก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ฮอลแลนด์ลืมความผิดชอบชั่วดีอีกหน และนั่นเป็นเครื่องยืนยันว่าทอมรักคนตรงหน้าอย่างหมดหัวใจ

 

 

 

 

          เรย์โนลด์เดินออกห่างจากประตูห้องน้ำ เสียงครวญครางที่ดังเล็ดลอดออกมาจากด้านในยังไม่สิ้นสุดลงแม้เวลาจะผ่านไปเกือบสองชั่วโมง เป็นเรื่องจริงที่เฮมสเวิร์ธไม่เคยทิ้งงาน แต่หากเป็นทอม ฮอลแลนด์ เขาก็ยอมเสียทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย

 

          ไรอันกดยิ้มมุมปากพร้อมแค่นเสียงหัวเราะขึ้นจมูกกับตัวเอง เป็นแบบนี้ก็ดี.. เขาจะได้โจมตีจุดอ่อนของเฮมสเวิร์ธให้ถูกเป้าหมาย

 

 

 

To be continued

 

 

 

ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น
#PYGDRyanTom

 

Advertisements

PUSH YOUR GUN DOWN | #RyanTom (Intro)

 

 

INTRO

 

 

ไฟนรกมอดไหม้สุมอก ทรมานไปทั้งใจ
แต่กลับยอมตกเป็นรองด้วยความยินดี..
โธมัสคนเลว

 

 

 

 

          “อะ..” ปลายนิ้วเรียวจิกขยุ้มผ้าปูเตียงสีเข้ม ก่อนจะเบี่ยงใบหน้า หลบคนเอาแต่ใจที่พยายามซุกไซร้จมูกไปทั่วโครงหน้าของตน โธมัส สแตนลีย์ ฮอลแลนด์ ขบปลายฟันลงบนริมฝีปากตัวเองแน่น พร้อมยกมือดันแผ่นอกแกร่งเบาๆ “ม..ไม่ทำได้มั้ยครับ..”

 

         ใบหน้าคมผละออกจากแก้มนวล ร่างสูงเงยใบหน้าสมบูรณ์แบบของตนขึ้นช้าๆ ก่อนพ่นลมหายใจออกมาอย่างเสียไม่ได้

 

         “เดี๋ยวนี้กล้าขัดใจฉันหรือไง?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากได้รูปโน้มลงไปขบกับใบหูของอีกฝ่ายราวกับจงใจเพิกเฉยต่อคำร้องขอเมื่อครู่

 

           ทอมเอียงใบหน้าหลบอีกครั้ง

 

           เฮมสเวิร์ธส่งเสียงในลำคอเล็กน้อยอย่างขัดใจ ก่อนลุกขึ้นยืนพลางจัดแจงเสื้อเชิ้ตราคาแพงที่กำลังสวมใส่ให้เข้าที่

 

          ทอมกระชับกระดุมเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยเข้าหากันลวกๆ ก่อนดันตัวลุกขึ้นนั่ง ดวงตากลมโตสั่นไหวเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายหัวเสียอยู่ไม่น้อย ร่างบอบบางขยับไปใกล้ แขนเรียวตวัดกอดเอวแกร่งก่อนซบใบหน้าลง

 

          “ข.. ขอโทษครับ” ทอมกลืนก้อนสะอื้นที่จุกตันอยู่ลำคอ ก่อนปิดเปลือกตาลงแน่น

 

          คนตัวเล็กไม่ชอบเวลาเห็นอาการของร่างสูงแบบนี้เลยสักนิด.. กลัวว่าเขาจะเบื่อ

 

         ไหล่บางสั่นสะท้าน ทั้งๆที่พยายามกลั้นมันเอาไว้ ทว่ากลับดูเหมือนไม่ช่วยอะไรเสียเลย วันนี้ทอมเหนื่อยเหลือเกิน อ่อนล้าทั้งกายและใจ

 

          คริสเอี้ยวตัวกลับมา ร่างสูงส่ายหน้าเบาๆ ก่อนใช้สองมือประคองแก้มใสให้เงยมอง

 

          “ร้องไห้ทำไม?” คริสใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำใสๆที่ไหลลงมาข้างแก้ม แผ่วเบาราวกับเกรงว่าคนตรงหน้าจะบุบสลาย

 

          เจ้าของเรือนผมสีอ่อนสั่นศีรษะไปมา ก่อนดวงตาเคลือบน้ำจะเบนไปมองทางอื่น คริสเชยคางเรียวขึ้นอีกครั้งอย่างจับผิด

 

          “คนที่บริษัทอีกแล้วเหรอ?”

 

           ทอมเงียบ.. ริมฝีปากบางขบหากันเบาๆ ก่อนที่น้ำตาจะรื้นขึ้นมาอีกระลอก คริสพรูลมหายใจ เขานึกเอาไว้อยู่แล้ว มีอยู่ไม่กี่อย่างที่สามารถทำให้แววตาสดใสที่เขาโปรดปรานนักหนาหม่นหมองลง

 

          คริสโตเฟอร์ เฮมสเวิร์ธลูบไล้โครงหน้าเรียวเบาๆ ก่อนจะดึงคนตรงหน้ามากอด ลูบแผ่นหลังบางปลอบประโลมอีกฝ่ายด้วยความห่วงใย

 

          “เด็กน้อย อย่าไปใส่ใจกับคำพูดคนอื่นนักเลย”

 

          ทอมข่มตาลง ก่อนยกแขนกอดตอบอีกฝ่ายแน่น โครงหน้าสวยซบลงกับท้องแกร่งแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้าๆ

 

          ทั้งที่สมควรชินได้แล้วกับการถูกมองด้วยสายตารังเกียจ แต่ทอมเหมือนจะขาดอากาศหายใจตายตรงนั้นให้ได้

 

         ..เขาไม่อยากยอมรับสถานะที่คนอื่นกล่าวถึง หากแต่หลีกเลี่ยงความต้องการของหัวใจไม่พ้น

 

         ตอนนี้เขารังเกียจตัวเองเหลือเกิน

 

         รังเกียจที่รักคนตรงหน้าหมดหัวใจ จนยอมทิ้งศักดิ์ศรีที่แสนหวงแหนให้คนอื่นเหยียบย่ำอย่างไม่ปรานี

 

         “คราวนี้ใครอีกล่ะ ให้ฉันไล่ออกเลยดีมั้ย?”

 

         คนตัวเล็กผละออก คิ้วเรียวสวยขมวดคิ้วก่อนสั่นศีรษะระรัว “ทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ”

 

         เฮมสเวิร์ธหลุดขำในท่าทีอีกฝ่าย ก่อนนั่งลงบนเตียงข้างอีกฝ่าย ร่างสูงเอื้อมมือไปกอบกุมสองมือเล็กแน่นด้วยความหวงแหน

 

         ฮอลแลนด์แสนดีเหลือเกิน

 

         เขารักคนตัวเล็กหมดหัวใจ และเชื่อว่าอีกฝ่ายก็รักเขาหมดหัวใจเช่นกัน.. ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่พวกเขาเริ่มสานความสัมพันธ์บิดเบี้ยวแบบนี้ โดยไม่ได้คำนึงว่าจะมีใครเสียใจ

 

         จะว่าเห็นแก่ตัว คริส เฮมสเวิร์ธก็ยอมรับผิดแต่โดยดี

 

         “บอกรักฉันหน่อยสิ” ฝ่ามือแกร่งบรรจงวางบนขมับอีกฝ่าย ก่อนใช้นิ้วโป้งลูบไปตามแนวคิ้วเรียว

 

         ทอมยกยิ้มบางเบาราวจะแค่นยิ้มสมเพชให้ตัวเอง

 

         ทั้งๆที่เขายอมกระโจนเข้ากองไฟ กลับไม่ได้ยินคำว่ารักจากปากอีกฝ่ายให้ชื่นใจสักครั้ง

 

         “ผมรักคุณคริสครับ”

 

         คริสโตเฟอร์ เฮมสเวิร์ธยกยิ้มกว้าง ก่อนโน้มใบหน้ากดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มของอีกฝ่าย แล้วค่อยๆไล่พรมลงมาจนถึงข้างแก้มนวล ริมฝีปากเป็นกระจับบรรจงจูบซับน้ำตาที่เปรอะเปื้อนสองข้างแก้ม ขณะประคองโครงหน้าหวานให้เอียงเข้ามารับสัมผัสของตนให้มากขึ้น

 

         “อะ..” ทอมหลุดเสียงครางในลำคอแผ่วเบา เมื่อริมฝีปากซุกซนเริ่มไล่ลามลงไปถึงลำคอขาว คริสกดจูบลงบนผิวเนื้ออ่อนของอีกฝ่ายโดยไม่ลืมขบกัดจนเกิดรอยจางๆ จงใจให้อีกฝ่ายตกใจเล่น “อื้ออ! อย่าทำรอยนะครับ อ..!”

 

         ยังไม่ทันสิ้นคำทักท้วง พ่อนักรักผลักร่างน้อยที่โหยหาลงกับเตียงกว้าง แล้วแกะกระดุมเสื้อของอีกฝ่ายที่ยังไม่ทันใส่ให้เรียบร้อยออกอีกครั้ง คริสกดจูบไล่เล็มตามผิวกายขาวไปทั่วอย่างครึ้มใจ ก่อนครอบริมฝีปากลงไปบนยอดอกสีอ่อน

 

         “อา..” ร่างเล็กในสภาพกึ่งเปลือยครางหวิวอย่างลืมตัว ทอมจิกเล็บลงบนไหล่กว้างด้วยความเสียวซ่าน

 

         ปลายลิ้นช่ำชองของคริสตวัดฉกชิมความหวานให้หนำใจ พร้อมเลื่อนมือลงไปขยำก้อนเนื้อนิ่มภายใต้กางเกงสแลค

 

         “ขออนุญา..”

 

         “!!”

 

         เสียงทุ้มดังขึ้นจากประตูห้องที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ดวงตากลมหันไปมองด้วยความตกใจ ก่อนเบี่ยงหลบไปอีกทางอย่างรวดเร็ว แล้วติดกระดุมเสื้อของตนจนเรียบร้อย

 

         คริสหันไปมองผู้มาใหม่อย่างหัวเสีย ก่อนจำใจผละออกมาจากร่างในอ้อมกอดอย่างเสียไม่ได้

 

         “ขอโทษครับท่าน ผมเห็นประตูเปิดไว้” ร่างสูงสง่าไม่แพ้ผู้เป็นนายค้อมลงด้วยความนอบน้อม

 

         คริสดันกายลุกขึ้นยืน ก่อนขยับสาบเสื้อของตนพลางยกมือโบกไปมาอย่างติดรำคาญ “มีอะไรก็ว่ามา”

 

         “มีสายจากออสเตรเลียครับ เรื่องปัญหาของในสต๊อก”

 

         คิ้วเข้มขมวดหากันอย่างนึกแปลกใจ “นัดคอนเฟอเรนซ์ให้ฉันตอนบ่ายโมง”

 

         เอ่ยสั่งลูกน้องคนสนิท ก่อนหันไปหาคนตัวเล็กที่นั่งขบริมฝีปากตัวเองในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อครู่

 

         “เดี๋ยวฉันจะมาหาใหม่” คริสยกมือลูบกลุ่มผมนิ่ม แล้วกดจูบลงบนขมับ โดยไม่ลืมจูบย้ำอีกครั้งเป็นการบอกกลายๆว่าเขาไม่ได้อยากจากคนตรงหน้าไปไหนเลยแม้แต่น้อย

 

         “เดินทางปลอดภัยนะครับ” ริมฝีปากบางยกยิ้มจางๆ

 

         ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังของคนรักเดินออกไปจากห้องจนลับสายตา

 

         ทว่า.. ก่อนประตูไฟเบอร์กลาสบานคู่จะถูกปิดลง

 

         แผ่นหลังกว้างในสูทสีดำที่ควรจะเดินตามเจ้านายของตนออกไป กลับหันมามองคนที่ยังนั่งอยู่บนเตียงช้าๆ

 

         โธมัส ฮอลแลนด์สบเข้ากับดวงตาเยียบเย็น

 

         คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างนึกแปลกใจ แต่ไม่ทันได้เอ่ยปากถามสิ่งใดออกไป นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนก็จำต้องสั่นไหวด้วยความพรั่นพรึงอย่างไร้สาเหตุ

 

         โครงหน้าได้รูปหันมาปรายหางตามองพร้อมกดยิ้มมุมปากขึ้นช้าๆราวกับจงใจให้อีกฝ่ายรู้ตัว ก่อนขาเรียวยาวจะหันกลับไปเดินออกจากห้องโดยไม่ลืมปิดประตูให้สนิท

 

         สองมือเล็กที่วางประสานอยู่หน้าตักบีบหากันแน่น คิ้วเรียวขมวดเป็นปม เกิดคำถามขึ้นในใจเป็นร้อยเป็นพัน แต่โธมัสก็พร่ำบอกตัวเองในใจว่าตนอาจแค่คิดมากเกินไป..

 

         แต่สายตาเมื่อครู่นั้น..

 

         .. ไรอัน เรย์โนลด์ดูอันตรายเกินไปจริงๆ

 

 

 

To be continued

 

 

 

SF เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากคู่นึงของอีกด้อมที่มิวแต่งไว้เมื่อปี 2015 ค่ะ ค้นโฟลเดอร์เก่าๆแล้วก็เสียดาย
แล้วประจวบเหมาะกับอยากแต่งแนวนี้ (ให้น้องทอมโดนกระทำแบบพล็อตอมตะ) บ้างค่ะ
เลยตัดสินใจแปลงซะเลย แก้สำนวนเยอะอยู่เหมือนกัน หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ
พูดคุยกันผ่านแท็ก #PYGDRyanTom ได้นะคะ จู๊บ

 

 

End of the road | Stony ft.Stephen & Peter (1/X)

 

End of the road (chapter 1/x)
Couple: Steve x Tony, Stephen x Peter
Song: Calum Scott – Dancing On My Own
Warning: คิดพาร์ทลุงหมอกับน้องพีทแล้วกายรุ่มร้อนขึ้นมาทันทีเลยค่ะ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร..

 

 

 

 

1

 

 

 

          …โทนี่ไม่รู้ว่าชีวิตของเขามาไกลขนาดนี้ได้ยังไง

 

          เจ้าของร่างพาตัวเองมายืนตรงขอบอ่างล้างมือภายในห้องครัวขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งเป็นสไตล์แอนทีค ก่อนใช้มือค้ำกับขอบอ่างขณะแหงนหน้าขึ้นเพื่อขจัดความเมื่อยล้าที่ต้นคอที่เขาสะสมมาทั้งวัน ไม่ลืมที่จะพรูลมหายใจออกมาแผ่วเบา เปลือกตาสีอ่อนปิดลง หากใครสังเกตปมเล็กๆตรงหว่างคิ้ว ก็คงจะดูออกได้ไม่ยากว่าเจ้าของคิ้วได้รูปกำลังตกที่นั่งลำบาก

 

          แอนโธนี่ เอ็ดเวิร์ด สตาร์ค พรูลมหายใจออกมาอีกครั้งก่อนลืมตาขึ้น แววตาอ่อนแสงมองเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจกชั้นวางตรงหน้า หลายสิ่งหลายอย่างวนเวียนสะสมอยู่ในหัวของโทนี่ตลอดหนึ่งเดือนมานี้ นับจากที่กรมสังคมสงเคราะห์รู้เรื่องที่เขาแตกหักกับสตีฟ โรเจอรส์ เหล่าเจ้าหน้าที่เฮงซวยนั่นก็หาเรื่องที่จะเอาลูกชายของเขาไปให้ได้ ถึงแม้เขากับสตีฟจะช่วยกันปิดเรื่องแยกกันอยู่เกือบหนึ่งปีเต็ม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านกฎหมายเรื่องสิทธิ์ในการเลี้ยงดูปีเตอร์ ความก็ดันมาแตกเพราะมือของสตีฟเอง เพราะหมอนั่นควงผู้หญิงคนใหม่ออกสู่สาธารณะชน โทนี่ก็ชักไม่แน่ใจว่าระหว่างพวกเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ หรือผู้ชายคนนั้นกันแน่ที่เฮงซวยมากกว่ากัน

 

          ร่างที่ถอดสูทจีวองซี่สีกรมท่าออกไปก่อนหน้าเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับขึ้นครึ่งศอก ขบกรามแน่นเมื่อคิดถึงวันที่จะได้แยกจากลูกชายของตัวเอง เขาทำใจไม่ได้จริงๆ และจะไม่มีวันปล่อยให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแน่นอน แม้จะแลกด้วยการเข้าออกศาลเป็นว่าเล่นก็เถอะ

 

          โทนี่เคยพยายามทบทวนว่าชีวิตของเขาและอดีตคนรักมาไกลขนาดนี้ได้ยังไง ทั้งที่พวกเขาเคยฝ่าด่านสังคม กฎหมาย การแพทย์ จนได้ปีเตอร์ สตาร์คออกมาเป็นสักขีพยาน ความรักที่ช่วยกันประคับประคองมาอย่างยากลำบากมันกลับมาพังละเอียดในปีที่สิบห้าได้อย่างง่ายดาย

 

          เอาเถอะ เขาทำใจแล้วว่าคนเราไม่มีทางที่จะเพียบพร้อมไปหมดทุกอย่างหรอก ความสุขที่ได้รับมาอย่างหนึ่ง ก็ต้องแลกด้วยความทุกข์อย่างหนึ่งเพื่อให้ชีวิตคนเราสมดุลกัน โลกความเป็นจริงมันก็เป็นแบบนี้.. ต้องยอมสูญเสียเพื่อให้ได้รับกลับมา

 

          “คุณพ่อกลับมาแล้วเหรอครับ”

 

          น้ำเสียงงัวเงียที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังเรียกโทนี่ให้หลุดออกมาจากความคิดตัวเอง เขาสูดลมหายใจเรียกพลังก่อนหันไปหาเจ้าของเสียงเรียก

 

          “ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะลูก พรุ่งนี้ต้องเข้าไปฝึกงานกับลุงหมอไม่ใช่เหรอ”

 

          “ผมสั่งคุณจาร์วิสเองว่าถ้าคุณพ่อกลับมาให้ขึ้นไปปลุก” เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีเดินตาปรือเข้าไปสวมกอดตรงเอวอย่างที่ทำเป็นประจำ “ผมจะลืมหน้าคุณพ่อแล้วนะครับ”

 

          โทนี่กลั้วหัวเราะในลำคอ พลางตบหลังลูกเจ้าชายแปะๆ ไม่รู้ว่าเขาควรขอบคุณตัวเองหรือเปล่าที่เลี้ยงให้ลูกชายนิสัยเหมือนตัวเองราวกับสั่งการได้ ปีเตอร์เลยมีนิสัยที่เวลามีความเศร้าทีไรก็ไม่แสดงออกมาให้คนอื่นรับรู้ นิสัยนี้แหละที่น่ากลัว.. เพราะความทุกข์ที่เก็บเอาไว้คนเดียวสักวันมันจะกลายเป็นมีดแหลมที่บาดตัวเองจนทรมาน เขารู้ว่าปีเตอร์ไม่ใช่เด็กอมมือ และรับรู้เหตุกาณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในครอบครัวตลอดมา เพียงแต่ผู้เป็นลูกไม่ได้พูดออกมาเท่านั้นเอง และเขาก็นึกโทษตัวเองทุกครั้งที่ทำให้ปีเตอร์มาพบเจอกับเรื่องบัดซบแทนที่จะได้ใช้ชีวิตปกติสุขพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างเด็กคนอื่น

 

          “ค่อนขอดเก่งนักนะ” โทนี่ผละออกเบาๆ ก่อนยกกำปั้นโปะกลางหน้าผากของอีกฝ่าย “แล้วพรุ่งนี้ลุงหมอมารับกี่โมง”

 

          “แปดโมงครับ อ้อ วันนี้ลุงหมอมาหาคุณพ่อด้วยนะครับ แต่ว่าติดต่อคุณพ่อไม่ได้ เลยมาเสียเที่ยวเลย คุณพ่อพลาดสเต๊กฝีมือลุงหมอแล้วล่ะ” ปีเตอร์พยักเพยิดหน้าไปอีกฝั่งของห้องครัวที่มีภาชนะอลูมิเนียมสีเงินครอบไว้

 

          อ้อ ลุงหมอที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นแพทย์เจ้าของไข้ปีเตอร์ตั้งแต่ครั้งที่เจ้าลูกชายแขนหักเมื่อตอนสิบสองขวบ และก็เพิ่งกลับมาโคจรพบกันโดยบังเอิญอีกครั้งในรอบ 4 ปี หลังจากที่เขาแยกทางกับสตีฟได้ไม่นาน

 

          โทนี่ไม่ใช่คนโง่ขนาดที่จะมองไม่ออกว่าจุดประสงค์ของศัลยแพทย์ฝีมือดีของนิวยอร์คเข้าหาเขาเพราะอะไร แต่ว่ากันตามตรงว่าโทนี่ยังไม่พร้อมที่จะเปิดใจให้ใครตอนนี้ เรียกกันบ้านๆว่าเข็ดหลาบนั่นล่ะ เขาเคยบอกไปตามตรงอย่างนั้น แต่สตีเฟ่น สเตรนจ์ ก็ยืนกรานเองว่ายินดีที่จะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าเขาจะพร้อม ตัวเขาเองก็คร้านจะปฏิเสธน้ำใจ และคิดว่ามันไม่เสียหายอะไรนักหนา อย่างน้อยก็เข้ากับลูกชายของเขาได้อย่างดี

 

          “ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ ติดลุงหมอมากกว่าพ่อแล้วเหรอเนี่ย แบบนี้ต้องถูกทำโทษ”

 

          ไม่ทันได้จบประโยค มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่เอวของเจ้าลูกชาย ก่อนออกแรงจี้จนเจ้าของเอวบางดิ้นพลางหัวเราะเอิ้กอ้ากลั่นครัว

 

          นาทีนั้นทำให้โทนี่รู้ว่า อย่างน้อยเขาก็โชคดีอยู่หนึ่งอย่างคือการมีปีเตอร์อยู่ในชีวิต และรับปากกับตัวเองเป็นหมั่นเป็นเหมาะอยู่ในใจ ว่าถึงแม้มีมีดมาจ่ออยู่ตรงคอ เขาก็จะไม่ยอมเสียลูกชายไปไหนแน่นอน

 

 

 

 

TALK.

 

 

 

ชื่อฟิคดูสิ้นคิดมาก แต่ชอบเพลงนี้มากนะคะ ของ Boyz II Men หาฟังกันได้
ปล. จำนวนแต่ละตอนขึ้นอยู่ดับอารมณ์จีจี
พูดคุยกันได้ที่แท็ก #FicEndOfTheRoad
เยิ้บ

 

(SF) Dusk Till Dawn (#เบบี้คุก)

 

 

Dusk till dawn

Harry x Sam H.
#เบบี้คุก

 

 

tumblr_ommw0fkAsH1vooe6qo1_500.gif

 

 

Warning : บาปจริงๆค่ะ ใครที่ทำใจอ่านไม่ได้ก็กดออกเงียบๆนะคะ TvT
ปล. เปิดเพลงบิ้วท์ไปโด้ยก็น่าจะดีค่ะ > https://youtu.be/tt2k8PGm-TI

 

 

——————————————————————————————————————-

 

 

Cause I wanna touch you baby
And I wanna feel you too
I wanna see the sunrise
On your sins just me and you
ที่รัก เพราะฉันอยากสัมผัสนาย
และฉันก็อยากรู้สึกถึงนายเหมือนกัน
ฉันอยากจะเห็นตะวันขึ้น
บนบาปของนาย.. แค่ฉันและนาย
 
 
            เปลือกตาที่ประดับด้วยแพขนตาหนาค่อยๆเปิดขึ้น ความเหน็บชาแล่นขึ้นมาที่ต้นแขนเนื่องจากเจ้าตัวใช้แขนของตัวเองหนุนรองศีรษะเป็นเวลานาน ตั้งแต่หัวค่ำแล้วดันเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ แซมค่อยๆใช้มือบีบนวดบริเวณเอวบางภายใต้เสื้อสเวทเตอร์ไหมพรมสีขาวเบาๆเพื่อบรรเทาอาการปวดจากการนั่งฟุบหลับผิดท่าไปกับโต๊ะกินข้าว

 

            นัยน์ตาคู่สวยเหลือบมองไปยังนาฬิกาข้างฝาที่ติดอยู่บนผนังอพาร์ทเม้นท์ทรุดโทรมที่ไม่ค่อยคุ้มกับค่าเช่ารายเดือนที่แพงหูฉี่เท่าไรนัก แต่ก็ดียังดีที่มีที่ให้ซุกหัวนอน

 

            นาฬิกาบอกเวลาตีสามยี่สิบนาที.. แซมขมวดคิ้ว ปกติพี่ชายฝาแฝดของเขาจะกลับไม่เกินตีสอง เนื่องจากอีกฝ่ายอ้างว่าทำงานในบาร์ที่จำเป็นต้องเลิกงานแบบนี้เป็นธรรมดา อันที่จริงเขาไม่ค่อยอยากให้อีกฝ่ายไปทำงานที่ว่านัก หากแต่ต้องยอมเมื่อจนหนทางเข้าจริงๆ เพราะเพียงแค่ค่ายารักษาอาการป่วยออดๆแอดๆของตัวเองก็ปาไปไม่รู้กี่เหรียญ เขานึกโทษตัวเองเสมอที่ทำให้แฝดคนพี่ของตัวเองต้องรับภาระอยู่ฝ่ายเดียว แต่ร่างกายที่ไม่แข็งแรงของตัวเองก็ไม่สามารถลุกขึ้นออกไปทำงานอย่างพี่ชายได้ ขืนออกไปคงทรุดและเพิ่มภาระให้อีกฝ่ายมากกว่าเดิม

 

            เสียงกุกกักจากทางประตูดึงความสนใจของแซมให้หลุดจากภวังค์ ร่างบางหยัดกายขึ้นจากโซฟาตัวเก่าขณะกระชับผ้าพันคอที่พี่ชายของตัวเองพันให้ก่อนออกไปทำงาน

 

            “แซม” เสียงแหบเอ่ยขึ้นเจือน้ำเสียงตกใจเล็กน้อย ก่อนจะกระชับฮู้ดที่คลุมศีรษะของตัวเองแล้วเลี่ยงไปถอดรองเท้าอีกฟากของห้องสี่เหลี่ยมขนาดรูหนู “ทำไมยังไม่นอนอีก”

 

            คนที่มีศักดิ์เป็นน้องค่อยๆหุบยิ้มก่อนขมวดคิ้วพลางมองท่าทีแปลกๆของอีกฝ่าย แล้วสาวเท้าเดินเข้าไปหา แฮรี่ ฮอลแลนด์พ่นลมหายใจก่อนหันมาหาอีกคน ขณะที่ยังคงเบือนใบหน้าไปทางอื่นอย่างจงใจปิดบังบางสิ่ง

 

            หากแต่ไม่รอดไปจากสายตาของแซม เมื่อดวงตาที่คล้ายคลึงกันกับเด็กหนุ่มตรงหน้าไปสะดุดกับสิ่งแปลกปลอมบนใบหน้าที่คล้ายคลึงกับตัวเอง

 

            ฝ่ามือนุ่มค่อยๆเลื่อนขึ้นแตะข้างแก้มของอีกฝ่ายแผ่วเบา แล้วเชยให้หันมามองหน้าตัวเองตรงๆ มืออีกข้างของแซมเอื้อมไปถอดฮู้ดสีดำคู่กายของอีกคนออก ตาคู่สวยกระตุกวูบเมื่อพบว่าใบหน้าที่เคยเกลี้ยงเกลา บัดนี้มีแต่รอยฟกช้ำ รวมถึงหางคิ้วข้างขวาที่แตกเป็นทางยาว แม้จะถูกซับเลือดให้หยุดไหลไปแล้ว แต่ก็ยังปรากฏให้เห็นเป็นปากแผลเปิดสีแดง เบ้าตาของอีกฝ่ายช้ำหนักจนกลายเป็นสีม่วง ซ้ำยังปูดโปนจนไม่เหลือเค้าเดิม

 

           “แฮรี่.. ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้..” เสียงนุ่มทุ้มกว่าครางผ่านลำคออย่างยากลำบาก แซมไม่เคยเห็นผู้เป็นพี่ชายได้แผลกลับมาแบบนี้ตั้งนาน ตั้งแต่ครั้งที่แฮรี่สัญญากับเขาว่าจะเลิกเรื่องชกต่อยทุกอย่างสมัยพวกเขาทั้งคู่อยู่เกรดเก้า

 

            แฮรี่ปัดมือนุ่มออกจากใบหน้าเบาๆ ก่อนสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง “ไปนอนได้แล้วไป”

 

            “เดี๋ยวก่อน! บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าทำไมกลับมาสภาพแบบนี้ ไหนว่าไปทำงานไงแฮรี่ ทำไม..” มือเล็กจับยื้อแขนของพี่ชายเอาไว้ ก่อนกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นน้ำตาที่จวนจะไหลออกมา

 

            แฮรี่ยืนนิ่งก่อนชักแขนออกจากการกอบกุมของอีกฝ่าย “ไม่มีอะไร”

 

            แซมส่ายหน้า ก่อนสาวเท้าไปยืนตรงหน้าอีกฝ่าย “จะไม่มีได้ยังไง! อึก.. นายทำงานอะไรกันแน่แฮรี่!”

 

            แซมร้องไห้.. เขากลั้นมันไม่ไหว

 

            และไม่แน่ใจตัวเองว่าร้องไห้ออกมาเพราะเรื่องอะไร เพราะเป็นสาเหตุให้อีกฝ่ายออกไปทำงานเสี่ยงตาย หรือเป็นเพราะอีกฝ่ายเฉยเมยใส่ตัวเอง

 

            แฮรี่ก้มหน้า เขาไม่อยากเงยขึ้นแล้วเห็นว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้น้องชายฝาแฝดที่เป็นราวสิ่งล้ำค่าสิ่งเดียวในชีวิตของเขาร้องไห้

 

            “บอกฉันสิแฮ—”

 

            “เลิกถามซ้ำซี้ได้ไหม!!” เสียงแหบทุ้มตวาดลั่น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีจ้องอีกฝ่ายเขม็ง

 

            แซมชะงักไป ก่อนสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อเรียกความมั่นใจคืนมาให้ตัวเอง “แฮรี่.. ไม่ว่านายกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ เลิกได้ไหม.. ถือว่าฉันข..ขอ นะ”

 

            แฮรี่แสยะยิ้ม “เลิกพูดโง่ๆซะที ถ้าฉันเลิกทำงานไป นายจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ายา บอกฉันสิแซม”

 

            ดวงหน้าติดออกไปทางหวานราวกับถูกน้ำเย็นสาดใส่หน้า แซมจิกเล็บกับฝ่ามือของตัวเองจนสั่นระริก ก่อนจะก้มหน้าพร้อมยิ้มเยาะกับตัวเอง “น..นั่นสินะ ฉันนี่มันโง่จริงๆ ถ้าอย่างนั้น.. ม ไม่ต้องเอาเงินมารักษาฉันแล้ว แค่ขอให้นายเลิกทำงานพวกนั้นได้หรือเปล่า”

 

            แฮรี่ขบกรามแน่น ก่อนกระชากไหล่บางมาเขย่าด้วยความโมโห “เลิกพูดโง่ๆสักที คิดว่าฉันอยากให้นายตายมากหรือไง!”

 

            “ฮ..แฮรี่ฉันเจ็บ ปล่อย.. อึก” แซมสะดุ้งสุดตัว ก่อนยกมือขึ้นพยายามแกะมือที่มีพละกำลังกว่าตัวเองอย่างยากลำบาก

 

            ดวงตาที่ถอดแบบออกมาจากอีกฝ่ายแข็งกร้าว ก่อนจะเบนสายตาไปเห็นซอกคอขาวที่โผล่พ้นผ้าพันคอที่เขาพันให้กับมือ ที่มีรอยช้ำคล้ายฝ่ามือ ซ้ำยังประปรายไปด้วยรอยสีกุหลาบ ภาพทรงจำเมื่อไม่กี่วันก่อนไหลโถมเข้ามา

 

 

           ภาพของแซมที่นอนหายใจรวยรินในสภาพกึ่งเปลือย บนร่างขาวเนียนมีเดรัจฉานในร่างของมนุษย์ที่กำลังกระหายในกามใช้ลิ้นลากเลียไปทั่วแผ่วอกบางที่สั่นสะท้านจนชื้นแฉะ ริมฝีปากบางที่ถูกขบเม้มจนแตกพยายามอ้าปากเพื่อสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบากเนื่องจากมีมือของคนบนร่างกำเข้าที่ลำคอราวกับหมายจะปลิดลมหายใจไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น

 

          “ฮ..แฮรี่.. อึก..” นัยน์ตาคู่สวยเบิกค้างอย่างมีความหวังหลังจากความหวังของเขาหมดลงไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ขณะพยายามเปล่งเสียงออกจากลำคอที่โดนกอบกุม

 

          ชั่ววินาที แฮรี่ ฮอลแลนด์ก็คว้ามีดปลายแหลมที่อยู่บนโต๊ะพุ่งไปแทงเข้ากลางหลังของผู้เป็นพ่อเลี้ยงเต็มแรง

 

          มือแกร่งของเด็กหนุ่มกำปลายมีดจนสั่นกร้าว ก่อนออกแรงกดเข้าผิวเนื้อของอีกฝ่ายจนมิดด้าม

 

          เสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจนสงบไปเมื่อร่างสูงใหญ่ล้มแน่นิ่งลง

 

          แฮรี่อยากฆ่ามันให้ตายคามือของเขาเสียแต่ตอนนั้น หากไม่ติดอยู่ที่แซมกำลังเสียขวัญอย่างหนัก เด็กหนุ่มที่กำลังอยู่ในอารมณ์เดือดพล่านถลาเข้าไปตระกองกอดร่างที่นอนหมดแรงอยู่บนพื้น ก่อนพร่ำคำปลอบประโลมข้างหูของอีกฝ่ายไม่หยุด
         

 

 

            “แฮรี่ ปล่อย..” กายบางสั่นสะท้าน เจ้าของชื่อหลุดออกจากห้วงความคิด ก่อนจะผละออกจากอีกคนช้าๆ แล้วกำหมัดของตัวเองแน่นเมื่อเพิ่งได้สติว่าเผลอทำอะไรลงไป เขาเกือบทำแก้วบางนี้แตกสลาย

 

            “ขอโทษ” เด็กหนุ่มว่าเพียงเท่านั้น ก่อนจะหันหลังเพื่อจะเดินเข้าห้องตัวเอง หากแต่ร่างผอมบางก็โผกอดร่างสูงกว่าไม่กี่เซ็นต์เต็มรัก ก่อนจะซบใบหน้าหวานลงกับแผ่นหลังแกร่งในชุดฮู้ดสีดำ

 

            “ฮึก.. ฉันแค่ไม่อยากเห็นนายเจ็บตัวแบบนี้อีก ฉันเป็นห่วงนายนะแฮรี่ ถ้าเกิดนายเป็นอะไรไปฉันจะอยู่ยังไง อึก!” แซมปล่อยโฮพร้อมทั้งสะอื้นจนตัวโยน ริมฝีปากอมชมพูกัดกลั้นเสียงสะอื้นจนแดงช้ำไปด้วยรอยฟัน

 

            แฮรี่หลับตาข่มความรู้สึกของตัวเองแน่น ก่อนลดมือลงไปกุมหลังมือของอีกฝ่ายที่วางอยู่บนหน้าท้องแกร่งของตัวเองแผ่วเบา

 

            ใช่.. ถ้าเกิดเขาเป็นอะไรไป แซมจะทำยังไง

 

          ในทางกลับกัน ถ้าเกิดเขาไม่มีแซมอยู่ข้างกาย เขาจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ยังไง..

 

            ชั่วอึดใจ สติของเด็กหนุ่มขาดผึง แฮรี่หันหลังขวับก่อนกระชากข้อมือของอีกฝ่ายเข้าหาตัว

 

            แซมถลาเข้าไปอยู่ตรงช่วงอกแกร่ง “อ้ะ!”

 

            ฝ่ามือกร้านจากการทำงานหนักโอบเอวบางกว่าตัวเองไว้แน่น ดวงหน้าหวานของแซมฮอลแลนด์เงยมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจนัก แฮรี่เลื่อนมืออีกข้างของตนขึ้นบรรจงเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ ราวกับเกรงว่าร่างที่น่าทะนุถนอมในอกนี้จะแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา

 

            “ฮ..แฮ—” เสียงหวานไม่ทันเปล่งชื่ออีกฝ่ายจนจบพยางค์ ริมฝีปากสีสดนั่นก็ถูกจู่โจมด้วยริมฝีปากของผู้เป็นพี่ชาย แซมเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ก่อนพยายามใช้มือดันอกอีกฝ่ายหากแต่ยิ่งพยายามถอยห่างเท่าไร ก็ดูเหมือนกับว่าแฮรี่จะเหนี่ยวรั้งร่างกายของเขาแน่นขึ้นเท่านั้น

 

            “อื้อออ” ความทรงจำที่แสนหดหู่ที่คอยตามหลอกหลอนทุกคืนแม้กระทั่งในฝันไหลเข้ามาเป็นฉาก ใบหน้าของผู้เป็นพ่อเลี้ยงทับซ้อนกับใบหน้าของผู้เป็นพี่ชายทำเอาแซมสะอิดสะเอียนจนมวนไปทั่วช่องท้อง

 

            แฮรีผลักร่างบางให้ล้มลงไปกับโซฟา ก่อนจะตามไปโถมทับร่างบางพร้อมใช้เข่ากดหน้าขาทั้งสองของแซมเอาไว้ ขณะที่มือแกร่งตรึงแขนเรียวทั้งสองของคนใต้ร่างไว้แน่น

 

            “ฮ..แฮรี่ จะทำอะไร!” ดวงหน้าหวานตะคอกถามน้ำเสียงสั่นเครือ

 

            นั่นสิ.. จะทำอะไรกัน แฮรี่ก็ตอบไม่ได้

 

            เขารู้เพียงแต่เขาโหยหากายบางนี้เหลือเกิน ทั้งที่อีกฝ่ายไม่เคยรู้เลยว่าเขาต้องสกัดกลั้นอารมณ์มาเนิ่นนานแค่ไหน และรู้สึกผิดบาปต่อพระผู้เป็นเจ้าเท่าไร เมื่อในวันหนึ่งที่เขารู้ตัวว่าเขาตกหลุมรักผู้เป็นฝาแฝดผู้น้องของตัวเอง

 

            หากแต่แฮรี่ฮอลแลนด์ก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไปแล้ว

 

            ดวงตาเรียวรีจดจ้องใบหน้าที่เปรอะคราบน้ำตาของอีกฝ่ายอย่างหลงใหล ก่อนจะเอื้อมมือไปปลดผ้าพันคอไหมพรมออกจากลำคอขาวช้าๆ

 

            ร่องรอยแห่งความโสมมที่มันยัดเยียดให้กับน้องชายปรากฏสู่สายตา แฮรี่ขบกรามแน่น

 

            หากวันนั้นเขาไปไม่ทัน.. ถ้าเขาไปไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น

 

            แค่คิดก็เหมือนใจหล่นวูบ กายกำยำไปด้วยกล้ามเนื้อกว่าอีกฝ่ายค่อยๆโน้มลงตระคองกอดร่างบอบบางพร้อมหลับตาลงแน่น แฮรี่สูดกลิ่นกายอ่อนๆของอีกฝ่ายเพื่อปลอบประโลมความทุกข์ในใจของตัวเอง

 

            “แฮรี่..” เสียงหวานที่ดังอยู่ข้างหูเปล่งเรียกเสียงแผ่ว ก่อนยกมือแตะหลังอีกคน

 

            เจ้าของชื่อค่อยๆผละอ้อมกอดออกขณะร่างทั้งสองยังคงแนบชิดกัน แฮรี่โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ดวงหน้าหวานจนจมูกปลายเชิดงอนชิดจรดปลายจมูกได้รูปของอีกฝ่าย ก่อนมองลึกเข้าไปในดวงตาที่เคลือบไปด้วยน้ำใสๆ

 

            ตอนที่ดวงตาสองคู่สบกันเนิ่นนาน ราวกับความผิดชอบชั่วดีถูกดึงกระชากออกไปจากทั้งสองคนจนหมดสิ้น

 

            แซมเผยอริมฝีปากอิ่มออก ก่อนเลื่อนแขนขึ้นคล้องไปลำคอของคนบนร่างพร้อมปิดเปลือกตาลงแผ่วเบา แฮรี่โน้มลงไปใช้ริมฝีปากประกอบริมฝีปากสีเชอร์รี่ของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนดูดริมฝีปากล่างอีกคนแล้วออกแรงดึงเบาๆอย่างหยอกล้อ แซมสะดุ้งเล็กน้อยเนื่องจากไม่คุ้นชินกับสัมผัสพร้อมขยุ้มคอเสื้ออีกฝ่ายแน่นด้วยความเกร็ง

 

            ฝ่ามือเกร็งยกขึ้นไล้ตามโครงหน้าของแซมแล้วเลื่อนริมฝีปากพรมจูบข้างแก้มนิ่มที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยกระสีจางที่เขาคิดว่ามันออกจะดูน่ารักมากกว่าน่าเกลียด

 

            ความอบอุ่นที่ประทับข้างแก้มทำเอาใบหน้าของแซมเห่อร้อนจนต้องส่งเสียงครางในลำคอออกมา

 

            “อืออ.. แฮรี่..”

 

            แฮรี่ค่อยๆขยับเข่าตัวเองออกจากหน้าขาของร่างบาง แล้วสอดมือเข้าไปลูบไล้หน้าท้องเนียนใต้เสื้อสเวทเตอร์ของอีกฝ่ายจนอีกฝ่ายต้องหดเกร็งหน้าท้อง

 

            เด็กหนุ่มผู้กุมอำนาจเลื่อนริมฝีปากกพรมจูบผิวเนียนลงมาถึงซอกคอ ก่อนออกแรงกดเม้มเข้าที่ร่องรอยเดิมที่ถูกประทับจากเดนมนุษย์

 

            แซมส่งเสียงครางฮืออีกครั้ง ก่อนยกมือขึ้นแตะข้างแก้มของคนบนร่าง แฮรี่เลื่อนมือขึ้นกุมซ้อนมือบางพร้อมจ้องเข้าไปในดวงตาอีกคน ก่อนที่มือของคนทั้งคู่จะแปรเปลี่ยนสอดประสานกัน

 

              ยาวนาน.. และมันจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

 

 

 

Cause I wanna touch you baby
And I wanna feel you too
I wanna see the sunrise
On your sins just me and you
ที่รัก เพราะฉันอยากสัมผัสนาย
และฉันก็อยากรู้สึกถึงนายเหมือนกัน
ฉันอยากจะเห็นตะวันขึ้น
บนบาปของนาย.. แค่ฉันและนาย

 

 

 

THE END

 

 

 

บาปมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา พพพพพพพพพพพพพพพพพพ
เหตุจากทนความนุ่มนิ่มของน้องแซมไม่ไหวค่ะ /me ทรุด
บาปพร้อมกันได้ที่ #dusktilldawnhns