Protected: โอบแสงศูร | ตอนที่ ๒ (เตนิว)

This content is password protected. To view it please enter your password below:

Advertisements

(SF) Dear Mr. Reynolds | RyanTom (3/x)

 

 

3

 

 

          “อึก!”

 

          เรย์โนลด์เดินเข้าไปกระชากไหล่บางทั้งสองเข้าหาตัว ก่อนยกมือข้างหนึ่งไล้ปลายนิ้ววนไปตามริมฝีปากแห้งผากจากพิษไข้ คนตัวเล็กอุทานในลำคอด้วยความตกใจ ก่อนเบ้หน้าด้วยความเจ็บจากพันธนาการที่หัวไหล่ ขณะที่มือก็พยายามดันแผ่นอกอีกฝ่ายให้ออกห่างทั้งๆที่ตัวเองก็ประเมินสถานการณ์ไม่ถูก ทุกครั้งที่คุณเรย์โนลด์เมากลับมา ก็ไม่เป็นแบบนี้สักหน่อย

 

          ไรอันยกมือข้างหนึ่งไล้ปลายนิ้ววนไปตามริมฝีปากแห้งผากจากพิษไข้

 

          ฮอลแลนด์ไม่ทันได้ตั้งสตินึกอะไรต่อ เขาถูกจับยกตรงช่วงเอว ก่อนเหวี่ยงให้หงายนอนลงกับเคาท์เตอร์กลางครัว

 

          เด็กหนุ่มเจ็บจุกจนน้ำตาเล็ด ทอมกลัวจับใจ ทว่าทำได้เพียงส่งเสียงคัดค้านอึกอักในลำคอ

 

          “อ..อะ”

 

          มือเล็กยกกุมช่องท้องด้วยความจุก เขาพยายามเบี่ยงตัวนอนตะแคงอย่างทรมาน ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกกว้าง ขณะที่จังหวะการเต้นของหัวใจจะถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพบว่าร่างสูงเริ่มฉีกทึ้งเสื้อนอนของตัวเอง

 

          ไม่!

 

          เด็กหนุ่มร้องกู่ก้องดังในความคิด

 

          ร่างสูงตามประกบทันที ลำแขนแข็งแรงคร่อมระหว่างคนตัวเล็กกว่า ก่อนกดปลายจมูกลงบนซอกคอขาวที่ชื้นแฉะไปด้วยเหงื่อ เนื่องจากอุณหภูมิความร้อนผิดปกติที่แผ่ออกมากจากร่างกาย

 

          เสื้อยืดสีขาวถูกดึงกระชากลงมาตรงไหล่ เรย์โนลด์ลากลิ้นร้อนชื้นไล่เล็มมาจนถึงหัวไหล่มน ก่อนขบฟันลงไปอย่างแรงจนอีกฝ่ายสะดุ้งสุดตัว  

 

          “อื้อ!!”

 

          มือน้อยๆตะปบเข้าที่ปกคอเสื้อของอีกฝ่าย ก่อนข่มเปลือกตาลงแน่นด้วยความเจ็บร้าวบริเวณหัวไหล่ที่ถูกขบกัดจนเป็นรอยฟันลึก

 

          ลมหายใจอุ่นร้อนคลุ้งไปด้วยกลิ่นฉุนของบรั่นดีราคาแพงเป่ารดบริเวณลำคอ ฮอลแลนด์ได้ยินเสียงริมฝีปากอีกฝ่ายที่ดูดเม้มซอกคอของตนเองเต็มสองหู ยิ่งทวีความหวาดกลัวเกาะกินหัวใจของคนตัวเล็กเข้าไปกันใหญ่

 

          หย..หยุด

 

          ทอมเปิดเลือกตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะขยับริมฝีปากเป็นคำพูด

 

          น้ำตาของเขาร่วงเผาะลงมาข้างแก้ม ความรู้สึกวิงเวียนศีรษะและมวนท้องมันตีตื้นขึ้นมาจุกตรงอก อีกทั้งการที่ถูกคุณไรอันบังคับจิตใจโดยที่เขาไม่มีสามารถต่อต้านแบบนี้ ยิ่งทำให้ทอมอยากหายตัวไปเสียดื้อๆ

 

          มือทั้งสองข้างที่กำเนื้อผ้าราคาแพงของอีกคนจนยู่ยี่อ่อนกำลังลง ก่อนจะกำเป็นกำปั้นแล้วทุบเข้าไปที่แผ่นอกแกร่งอีกรั้ง หมายจะเรียกสติของคนที่อยู่ในอาการมึนเมากลับคืน

 

          ทอมเงยหน้าที่เปรอะคราบน้ำตามองหาตัวช่วยอื่น ก่อนสายตาจะสบเข้ากับแก้วน้ำที่ตนวางทิ้งไว้เมื่อครู่เขาจึงใจชื้นขึ้นมาบ้าง นั่นเป็นสิ่งเดียวที่จะป้องกันตัวเองได้ เด็กหนุ่มพยายามขัดขืนกำลังของอีกฝ่ายที่ประโลมจูบเอาแต่ใจเพื่อยืดตัวขึ้นไปคว้ามัน แล้วก็สำเร็จ.. ทอมคว้าแก้วนั่นมาไว้ในมือจนได้ ทว่าไม่กี่วินาทีต่อมามือเล็กก็ทำได้แค่เพียงบีบภาชนะใสนั้นแน่น แล้วลดมือลงวางมันไว้ที่เดิม

 

          เขาไม่กล้าทำร้ายคุณไรอัน

 

          ไม่ได้กลัวว่าจะถูกคุณไรอันเอาเรื่อง.. แต่เขาไม่อยากทำให้คุณไรอันเจ็บ

 

          ทอมไม่มีแม้แต่แรงที่จะชักแขนกลับ เขากลัวจนตัวสั่นงันงก คุณเรย์โนลด์ผละออกจากซอกคอของเขาช้าๆ หน่วยตาสีเข้มติดออกจะแดงกว่าปกติเล็กน้อยแทบจะเปิดเปลือกตาไม่ขึ้น เนื่องจากฤทธิ์ของบรั่นดีโจมตีอย่างจัง ชายวัยสี่สิบขยับเอาหน้าผากไปชิดกับอวัยวะส่วนเดียวกันของคนใต้ร่าง ฮอลแลนด์แทบหยุดหายใจ ไม่ใช่เพียงเพราะกลิ่นฉุนที่คลุ้งไปกับลมหายใจของอีกฝ่ายนั้นตีเข้าประสาทสัมผัสการรับกลิ่น แต่เป็นเพราะความแนบชิดของอีกฝ่ายต่างหาก หากเป็นเวลาปกติ ทอมก็คงจะอายม้วน แต่กลับกลายมาเกิดในสถานการณ์ที่เขาถูกจู่โจมอย่างจาบจ้วงแบบนี้ ความกลัวมันกดความเขินอายจนหายไปหมด

 

          ฝ่ามือหยาบกร้านค่อยๆวางลงบนหน้าท้องลื่นมือก่อนลูบไล้ขึ้นไปยังแผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงไปเป็นจังหวะภายใต้เสื้อยืดราคาต่ำ ทอมเกร็งหน้าท้องทันที ก่อนจะสั่นศีรษะระรัวหมายจะต่อต้าน มืออีกข้างที่อยู่ข้างลำตัวจึงรีบชักกลับมาผลักอกอีกฝ่ายกระทันหัน แต่ในระหว่างที่กระชากแขนกลับมา เรียวแขนเล็กก็ไปปัดแก้วน้ำที่วางไว้เมื่อครู่อย่างจัง จนมันตกแตกกระจายอยู่พื้นด้านล่าง

 

          “อ..อื้อ! อื้อ!” ทอมส่งเสียงอึกอักในลำคออีกครั้ง เมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มเลื่อนมือลงไปเบื้องล่าง

 

          เรย์โนลด์ใช้นิ้วเกี่ยวขอบยางยืดของกางเกงนอนอีกฝ่ายหมายจะปลดมันลง แต่ก็ถูกมือเล็กรั้งยื้อยุดไว้อีกที ทอมพยายามเบี่ยงตัวตะแคงข้างอีกครั้ง ก่อนใช้เท้าถีบไปมาเพื่อหนีการถูกจู่โจม คนคุมเกมพ่นลมหายใจหนักอย่างขัดใจ ก่อนจะจับแขนทั้งสองข้างตรึงไว้กับเคาท์เตอร์ด้วยมือข้างเดียว ทอมเบ้หน้าด้วยความเจ็บ แรงบีบมันแน่นเสียจนทำให้ข้อมือขาวขึ้นเป็นรอยแดง

 

          คนตัวเล็กแพ้อย่างราบคาบ เขาหมดแรงจะขัดขืน จึงได้แต่ปล่อยให้น้ำตามันไหลลงมาเงียบๆ ในขณะที่เรย์โนลด์ใช้มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปในกางเกงพร้อมตะบมจูบสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆจากหน้าท้องเนียน ก่อนร่างสูงจะชะงักกึกไปเมื่อฝ่ามือของเขาสัมผัสกับแกนกายที่อยู่ภายใต้ชั้นในตัวบาง

 

          “!!” ทอมสะดุ้งเฮือกกับสัมผัสแปลกประหลาดที่แล่นปราดขึ้นมาที่ช่องท้อง

 

          เรย์โนลด์ผละใบหน้าออกจากหน้าท้องที่เขาเผลอดูดดุนจนเป็นรอยแดงจางๆ เขาเลื่อนสายตาขึ้นมองหน้าของคนใต้ร่างที่กำลังมองมายังเขาด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา

 

          เรย์โนลด์เพิ่งจะได้สติตอนนั้นเอง ว่าคนที่เขาหน้ามืดตามัวคิดไปว่าเป็นคนรักเก่าเมื่อครู่ คือไอ้เด็กใบ้ในบ้านตัวเอง

 

          เขาแทบไม่เชื่อสายตา ความมึนเมาเมื่อครู่ลดลงฮวบระดับหนึ่ง ก่อนที่จะกระชากไหล่บางที่นอนหายใจแผ่วด้วยความเกร็งมาสำรวจใบหน้าให้ชัดเจน

 

          ใช่.. เขาหวังให้คนตรงหน้าคือเจสสิก้า

 

          “ฮึก!”

 

          เจ็บ.. ทอมนั่งกับเคาท์เตอร์ตัวลีบเล็ก พลางยกมือแตะหลังมือของอีกฝ่ายหมายให้คลายแรงบีบที่หัวไหล่ลงอีกสักหน่อย

 

          เสียงสะอื้นของคนตัวเล็กยิ่งตอกย้ำไรอันอีกครั้งว่าคนตรงหน้าไม่มีทางเป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดไปได้ ..เขาบังคับเอาแต่ใจกับไอ้เด็กใบ้มาโดยตลอด

 

          คิดได้อย่างนั้น สัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกขึ้นมาจากฤทธิ์แอลกอฮอลจึงสั่งให้เขาผลักไอ้เด็กใบ้ออกห่างอย่างแรง จนอีกฝ่ายเสียหลักตกจากเคาท์เตอร์ ทำให้เท้าเปลือยเปล่าของอีกฝ่าย เหยียบเข้ากับเศษแก้วที่ตกกระจัดกระจายอยู่พื้นเข้าอย่างจัง

 

          “อ..” ความรู้สึกของของมีคมบาดเข้าผิวเนื้อทำให้ทอมต้องกัดริมฝีปากเพื่อสะกัดความเจ็บแสบเอาไว้ มือเล็กพยุงตัวเองกับขอบเคาท์เตอร์พลางจิกปลายนิ้วลงกับผิวกระเบื้องเซรามิก เด็กหนุ่มพยายามยกฝ่าเท้าข้างหนึ่งขึ้น แล้วก้มมอง พบว่าเลือดกำลังหยดเปื้อนพื้นกระเบื้องสีขาวเป็นวงๆ

 

          เรย์โนลด์ไม่ได้สังเกตความผิดปกตินั่น เขายกมือขึ้นนวดข้างขมับ อะไรทำให้เขาหน้ามืดตามัวขนาดนั้น

 

          ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมีความสัมพันธ์กับผู้ชายมาก่อน แต่เป็นเพราะมันคือไอ้เด็กใบ้คนนี้ไงเล่า ที่ทำให้เขาขยาดขนาดนี้ นึกโมโหตัวเองที่เมาจนขาดสติ หากเขาพลั้งมือทำมันจริงๆ ไม่อยากจะนึกถึงตอนตัวเองได้สติแล้วตื่นมาเจอไอ้เด็กนี่นอนอยู่ข้างๆ

 

          แค่เห็นว่าเขาทำมันซะเสื้อผ้าหลุดรุ่ย ผมเพ้าไม่เป็นทรงขนาดนั้น เขาก็เอียนเต็มทนแล้ว

 

          ยิ่งเห็นมันใช้มือข้างเดียวเช็ดน้ำตาป้อยๆก็ยิ่งขัดใจ

 

          “ออกไปซะ” เรย์โนลด์เอ่ยเสียงเรียบทำลายบรรยากาศน่าอึดอัด

 

          ทอมไม่ได้พยักหน้ารับคำสั่งเหมือนอย่างที่เคยทำ คนตัวเล็กได้แต่ยกฝ่าเท้าออกมาจากพื้นที่เต็มไปด้วยเศษแก้วอย่างระมัดระวัง ก่อนใช้มือรวบคอเสื้อที่ถูกกระชากทึ้งให้เข้าที่ เขาเริ่มปวดแผลขึ้นมาเล็กน้อย จึงตัดสินใจเขย่งเท้าเดินให้เนิบช้าที่สุดเพื่อไม่ให้เลือดไหลออกมาจากปากแผลมากกว่านี้

 

          ทอมเม้มริมฝีปากแน่นไม่ให้ตัวเองหลุดเสียงสะอื้น ก่อนปิดเปลือกตาลงช้าๆหลังจากที่หันหลังให้อีกฝ่าย น้ำตาอีกหนึ่งหยดร่วงลงสู่ผิวแก้ม

 

          ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวเองขวัญเสีย หรือเป็นเพราะความเฉยเมยของอีกฝ่ายกันแน่ที่ทำให้เขาแทบหายใจไม่ออกอยู่ตอนนี้

 

          เขาคงต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินจะได้รับคำขอโทษจากคุณเรย์โนลด์

 

 

— to be continued

 

 

จริงๆนามสกุลคุณพี่เขียนเป็นไทยว่า ‘เรย์โนลส์’ ค่ะ แต่ชินการเขียนเรย์โนลด์แบบนี้ไปแล้วง่ะ ;-;

 

 

(SF) Dear Mr. Reynolds | RyanTom (2/x)

 

 

2

 

 

I’d go hungry, I’d go black and blue, and I’d go crawling down the avenue.
No, there’s nothing that I wouldn’t do
To make you feel my love.
Make You Feel My Love – Bob Dylan (ortoPilot Cover)

 

 

          อากาศเย็นสบายในเช้าวันเสาร์ไม่ได้ทำให้วินัยการตื่นนอนของเรย์โนลด์ล้มเหลว เขาตื่นเวลาตีสี่ครึ่งเช่นเคยเหมือนอย่างทุกวัน เจ้าของใบหน้าคมคายคิดว่าการตื่นหลังหกโมงเช้ามันทำให้เขาสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

 

        วาเนสซ่า เลขาสาวของเจ้าตัวเคยตั้งสมญานามให้เขาว่า ‘ม้าศึก’ เนื่องจากมีครั้งหนึ่งที่เขาเคยบ้างานจนถูกหามส่งโรงพยาบาล แต่ให้น้ำเกลือได้ไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมง พ่อซีอีโอไฟแรงก็ร้องขอให้นายแพทย์เจ้าของไข้ปล่อยให้ตัวเองกลับบ้านได้เหมือนเดิม โดยตัดรอนความเป็นห่วงอย่างบริสุทธิ์ใจจากเลขาคนสนิทด้วยการเอาหูทวนลม

 

        และนิสัยบ้างานของเขานี่แหละ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขาต้องอยู่อย่างสันโดษ และถึงแม้จะมีความรักที่แสนวิเศษและสมบูรณ์แบบกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สุดท้ายมันก็ต้องจบด้วยการเลิกราอีหรอบเดิม เหมือนอย่างเขากับเจสสิก้า แม่ของปีเตอร์นั่นแหละ

 

        หากมีชื่อเข้าชิงรางวัล The Worst Lover Award รางวัลก็คงจะตกมาเป็นของเขาอย่างไร้ข้อกังขา

 

        ร่างสูงวาดขายาวลงจากเตียง ภารกิจอย่างแรงสุดในทุกๆเช้าหลังจากตื่นลืมตา ก็คือการเดินไปดูความเรียบร้อบที่ห้องนอนของลูกชาย ซึ่งอยู่อีกฝั่งของบันไดตรงข้ามห้องนอนของเขา

 

        ข้อมือกำยำที่ปรากฎรอยสักสัญลักษณ์ของบ้านเกิดบิดลูกบิดประตูสีทองอย่างเบามือ ก่อนจะแง้มมันออกให้เงียบเสียงที่สุด ด้วยเกรงว่าจะรบกวนเวลานอนของคนที่กำลังหลับสนิทอยู่ในห้อง

 

        เรียวขายาวภายใต้กางเกงผ้าวอร์มสีเทาก้าวเท้าไปยังเตียงนอนที่ถูกตกแต่งด้วยตุ๊กตายัดนุ่นลายซุปเปอร์ฮีโร่ตัวโปรดของเจ้าของ ไรอันค่อยๆกดเข่าลงบนเตียงนุ่ม ตามด้วยมือสองข้างที่คร่อมระหว่างร่างของเจ้าตัวเล็กที่กำลังนอนหลับปุ๋ย

 

        ผู้เป็นพ่อก้มสูดดมแก้มยุ้ยของลูกชายหนึ่งฟอดเบาๆอย่างออมแรง แล้วค่อยผละออกมา ขณะเบนสายตาไปยังพื้นข้างเตียงอีกฝั่ง ปรากฎให้เห็นเจ้าของร่างผอมบางขดตัวม้วนกับผ้าห่มจนเป็นก้อนกลมดิก เด็กหนุ่มละเมอเอาผ้าห่มคลุมโปงจนเหลือเพียงแค่ส่วนตากับจมูก

 

        คนที่ชะโงกหน้ามองส่ายหน้าเบาๆ

 

        เรย์โนลด์ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำให้ไอ้เด็กใบ้นอนอยู่ที่พื้นแข็งๆ เขาให้คนจัดฟูก และชุดเครื่องนอนสำหรับคนที่อยู่ในฐานะพี่เลี้ยงเด็ก ซึ่งสามารถพับเก็บได้สะดวกยามเวลาผู้เป็นพ่อจะเข้ามานอนกับลูกชายในบางคืนที่เขาขาดพลังบวก ส่วนฮอลแลนด์ก็จะย้ายตัวเองกลับไปนอนห้องตัวเองตามเดิม

 

        จากใจจริง เขาไม่ได้ยินดีเท่าไรนักที่ไอ้เด็กใบ้มาเป็นพี่เลี้ยงของปีเตอร์ เพราะนอกจากที่มันจะพูดไม่ได้ ซ้ำร้ายยังไม่รู้หนังสือสักตัว หากมีเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้มันจะหาวิธีการจัดแจงเอาตัวรอดได้ยังไง ดูท่าก็รู้ว่าเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ หากเขาหิ้วมันกระเตงไปปล่อยใจกลางนิวยอร์ค ก็คงจะหาทางกลับบ้านไม่ถูกแน่ๆ

 

        แต่จะขัดเจ้าลูกชายเอาแต่ใจได้อย่างไร ปีเตอร์ติดไอ้เด็กใบ้นี่อย่างกับอะไรดี ถึงตอนไม่สบายเข้าเถอะ ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้าใกล้นอกจากพ่อฮอลแลนด์คนดีคนนี้คนเดียว

 

        อยู่ดีๆ ไอ้เด็กใบ้ก็ลืมตา หน่วยตาสีอ่อนกระพริบปริบสองครั้งก่อนกระเด้งตัวขึ้นจากฟูกนิ่มขณะที่ผ้าห่มยังโปะอยู่บนหัว

 

        เรย์โนลด์มองคนที่นั่งอยู่ที่พื้นทำหน้าตาเหรอหรา ทั้งที่เปลือกตาสีมุกยังไม่ทันได้เปิดสนิท ร่างเล็กยกมือขอโทษขอโพยที่ตัวเองตื่นนอนช้ากว่าเจ้าของบ้าน ทว่าคู่สนทนาไม่ได้เข้าใจภาษามือที่ถูกส่งมาให้ตัวเองสักนิด ไรอันจึงได้แต่โบกมือให้หยุดอย่างตัดบท  

 

        “จัดกระเป๋าให้คุณปีเตอร์เรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

 

        เด็กหนุ่มพยักหน้าขณะจับผ้าห่มนวมสีครีมที่แปะอยู่บนศีรษะรวบมากอด

 

        “อืม เดี๋ยวคุณเจสสิก้าจะมารับพีทตอนเก้าโมง ไปอาบน้ำเตรียมรับแขกได้แล้วไป”

 

        เจ้าทอมรับคำแข็งขันด้วยการพยักหน้าระรัวแล้วรีบลุกขึ้นพับผ้าห่มและฟูกนอนให้เข้าที่ ก่อนจะรีบวิ่งกลับห้องของตัวเอง

 

 

 

 

        เสียงเคลื่อนยนต์ชะลอจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ดึงความสนใจของผู้ที่กำลังตั้งตารอได้เป็นอย่างดี ไม่นานนักก็มีแม่บ้านรีบเดินมาบอกข่าวดีให้คุณหนูคนเดียวของบ้านได้ทราบ

 

        ปีเตอร์ดีดผึงจากโซฟา ดูเหมือนว่าการ์ตูนเบนเท็นที่กำลังฉายอยู่บนโทรทัศน์จอพลาสม่ากลายเป็นหมันซะแล้ว

 

        เด็กน้อยวิ่งสับขาออกไปทางหน้าบ้าน เด็กหนุ่มพี่เลี้ยงที่นั่งอยู่ข้างกันกำลังจะเอ่ยยกมือเตือนให้ชะลอความเร็วลงแต่ก็ไม่ทัน จึงได้แต่วิ่งกันตามออกไป โดยไม่ลืมยกกระเป๋าเป้คู่ใจของปีเตอร์สะพายใส่บ่า
       
        “คุณแม่!” เด็กน้อยร้องเรียกด้วยเสียงตื่นเต้น ก่อนโผกอดเข้าที่เอวของผู้เป็นแม่

 

        เจสสิก้าเป็นผู้หญิงวัยสามสิบห้าที่คล้ายกับใบหน้าชะลอการเจริญวัยไว้ตอนที่เจ้าตัวอายุยี่สิบต้นๆ ทอมกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาถึงทั้งคู่ ก่อนที่จะเริ่มยกมือทักทายอดีตเจ้านายด้วยภาษามือ

 

        กลีบปากอวบอิ่มที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีอ่อนยกยิ้มตอบโต้ ขณะใช้มือลูบกลุ่มผมนุ่มของบุตรชาย

 

        คุณเจสสิก้าเป็นผู้หญิงสวย และสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง แน่นอนล่ะ ก็เธอเป็นถึงนางเอกภาพยนตร์คนสำคัญของฮอลลิวูด ทอม ฮอลแลนด์ไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง ว่าทำไมคุณเจสสิก้ากับคุณเรย์โนลด์ถึงหย่าร้างกันได้อย่างง่ายดายหลังจากแต่งงานกันได้เพียงสองปี คุณป้าแม่บ้านเคยบอกเขาว่า ‘นี่แหละชีวิตคู่’ แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจมันเท่าไรนัก เขาจึงถามต่อด้วยภาษามือว่า ชีวิตคู่ก็คือคนสองคนรักกันไม่ใช่หรือ สุดท้ายก็ได้คำตอบกลับมาเป็นการถอนหายใจยาวพรืดและตบท้ายว่า ‘โตไปแกก็จะเข้าใจเอง’ มาถึงวันนี้เขาก็ยังคงไม่เข้าใจมันอยู่ดี

 

        มือเรียวสวยของผู้หญิงที่เป็นอดีตเจ้านายยกถอดแว่นตากันแดดสีชารุ่นลิมิเต็ด

 

        “กระโดดขึ้นรถเลยบอส” เจสสิก้าหยอกเอินลูกชาย ก่อนจะยกมือรอแปะไฮไฟว์กัน

 

        ปีเตอร์ยิ้มร่า ก่อนตบประกบที่ฝ่ามือเรียว ไม่ลืมหันไปหาพี่เลี้ยงคนสนิทแล้วหันมามองผู้เป็นแม่ตาละห้อย

 

        “เราพาพี่ทอมไปด้วยไม่ได้เหรอฮะ”

 

        เจสสิก้าค่อยๆย่อตัวนั่งก่อนใช้นิ้วชี้จิ้มปลายจมูกเล็ก “ไม่ได้จ้ะ ให้พี่ทอมได้พักผ่อนเสาร์อาทิตย์บ้างเถอะ อีกอย่าง ขืนแม่เอาพี่ทอมของลูกไปมีหวังโดนแย่งความรักจากลูกไปจนหมดน่ะสิ”

 

        ร่างเพรียวระหงส์ตบมุกปิดท้ายเพื่อกันไม่ให้เจ้าลูกชายโยเย ปีเตอร์ก้มหน้างุดก่อนยอมไปนั่งรอบนรถแต่โดยดี ไม่ลืมที่จะยกแขนเล็กๆโบกหยอยๆ ทอมโบกมือตอบกลับ น่าใจหายที่เขาจะต้องระเห็จกลับไปนอนที่ห้องของตัวเองคนเดียว เพราะทุกคืนจะมีคุณปีเตอร์ชวนคุยนั่นนี่กล่อมจนเขาหลับไปก่อน

 

        อย่าว่าแต่คุณปีเตอร์ที่ติดเขาแจเลย เขาเองก็ติดเจ้าตัวเล็กไม่แพ้กัน

 

        ทุกเสาร์-อาทิตย์ทั้งบ้านดูจะเงียบลงเมื่อไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชาย แต่ก็ถือว่าเป็นวันหยุดของทอมไปในตัว เขามีเวลาใส่ใจสวนหลังบ้านมากขึ้น นอกจากนี้อาทิตย์นี้เขาตั้งใจจะคัดประโยคยาวๆลงสมุด เขาไม่รู้ว่าสมควรให้คุณเรย์โนลด์ดูหรือไม่ แต่คุณเรย์โนลด์จะได้เบาใจลงเปราะหนึ่งที่เขาอ่านออกเขียนได้แล้วบ้าง ถึงแม้จะเขียนลายมือยักๆยือๆก็เถอะ
       
        ทอมตั้งใจจะคัดมันให้สุดฝีมือ

 

        ใบหน้าไร้ที่ติมองเจ้าลูกชายที่ขึ้นไปนั่งรอบนรถ ก่อนหันกลับมาชะเง้อคอมองใครบางคน

 

        “ไรอันล่ะ?”

 

        ทอมใช้มือทำท่าจับปากกาแล้วเขียนผ่านอากาศลงกับมืออีกข้างที่แทนเป็นสมุด

 

        เจสสิก้ากลอกตา “ไอ้คนบ้างานเอ๊ย”

 

 

 

 

        เจสสิก้าถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของคนรักเก่า ก่อนกอดอกมองร่างสูงที่สวมแว่นตากำลังจดจ้องกับแฟ้มเอกสารอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

        “เย็นชาที่สุด ใจคอจะไม่ลงมาทักทายกันหรือไง” กลีบปากอิ่มเริ่มขยับบ่นอุบ

 

        เรย์โนลด์ละสายตาจากกองงานพะเนิน ก่อนถอดแว่นสายตาวางไว้บนโต๊ะ

 

        เรียวขาสวยที่ยืนอยู่บนรองเท้าส้นสูงดิออร์สีครีมเดินเข้าใกล้ ก่อนขยับสะโพกไปพิงโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ของอีกฝ่าย

 

        “พักผ่อนบ้างรู้มั้ย” นางเอกดังมีน้ำเสียงอ่อนลง เจสสิก้าสำรวจใบหน้าที่ติดไปทางอิดโรยอย่างเห็นใจ ไรอันยังคงโหมงานหนักเหมือนเคย ฝ่ามืออุ่นทาบลงบนแก้มของอดีตชายคนรัก ไรอันเหลือบตามองคนที่นั่งสูงกว่า ก่อนยกยิ้มเบาบางให้ตามมารยาท

 

        เจสสิก้าจับไต๋เขาออกทุกอย่าง ไรอันคงลำบากใจที่จะพบหน้าเธอ ส่วนตัวเธอเองก็ลำบากใจเช่นกันที่ต้องมาเจอพ่อของลูกเธอที่หยุดความสัมพันธ์กันเมื่อนานมาแล้วทุกสัปดาห์ ยังดีที่เธอเป็นคนใจแข็งและจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้ตั้งแต่วันนั้น แต่โชคร้ายตรงที่ไรอันยังคงมีความรู้สึกกับเธอ เธอไม่รู้ว่ามันลดน้อยลงแค่ไหน แต่สายตาอาวรณ์ของอีกฝ่ายมันฟ้องอย่างชัดเจนว่าไรอันยังรักเธออยู่

 

        แต่อย่าหวังให้คืนความสัมพันธ์กลับเลย เพราะหากได้รีเทิร์นกันจริงๆ ก็คงจะได้ทะเลาะกันเรื่องบ้างานของเจ้าของไรหนวดสีดอกเลาเหมือนเดิมอยู่ดี การลดสถานะมาเป็นเพื่อนกันโดยพ่วงหน้าที่พ่อและแม่ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 

        เรย์โนลด์ทาบมือตัวเองลงกับมือของอดีตคนรักอีกที

 

        “นี่ หาคนมาดามใจได้แล้วนะพ่อคุณ” เจสสิก้าเอ่ยติดตลกเสียงเรียบ ก่อนจะล้วงหยิบซองสีครีมออกมาจากกระเป๋าถือแล้ววางมันลงตรงหน้าอีกฝ่าย “ฉันเจอของฉันแล้ว ส่วนคุณ.. ไปเป็นพ่อเจ้าสาวให้ด้วยล่ะ”

 

        เรย์โนลด์หลุดขำในลำคอกับมุกของเธอ เจสสิก้าก็เป็นซะแบบนี้ มักจะเป็นรอยยิ้มให้เขาได้เสมอ

 

        “ไม่มีปัญหาครับลูกสาว”

 

        เจสสิก้าตาเขียวใส่แม้ในใจจะใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นพ่อคนซึมเซายิงมุกกลับเธอสักที

 

 

 

 

        ปกฟอร์บสเดือนนี้เป็นภาพนักธุรกิจพ่อหม้ายไฟแรง.. ไรอัน เรย์โนลด์ ซีอีโอแบรนด์สุราเจนีเวอร์ชื่อดังที่กำลังเดินหน้ากิจการได้สวย กระทั่งล่าสุดยอดขายพุ่งทะยานแซงหน้าคู่แข่งซะจนไม่เห็นฝุ่น

 

        ฮอลแลนด์ชะงักฝีเท้าตรงหน้าแผงหนังสือภายในซุปเปอร์มาร์เก็ตแทบไม่ทัน ดวงตาสุกใสลุกวาว พร้อมเผยอริมฝีปากค้างด้วยความชื่นชมจนล้นอก

 

        คุณเรย์โนลด์เต็มไปหมดเลย

 

        คุณเรย์โนลด์เป็นเสมือนแรงบันดาลใจ ทอมไม่รู้ว่าคุณเรย์โนลด์ไต่เต้าขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดแบบนี้ได้อย่างไร ในขณะที่ต้องบริหารคนเป็นร้อยเป็นพัน ทอมอยากเก่งแบบนี้บ้าง ถึงแม้ว่าระดับไอคิวของเขาจะไม่ช่วยเลยก็ตาม นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขาเริ่มหัดท่องตัวหนังสือ แม้จะรู้สึกตัวช้าไปนิด แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็จดจำมันได้ครบทั้ง 26 ตัว

 

        ทอมหยิบกระเป๋าสตางค์สีซีดออกมานับจำนวนแบงค์ที่พับเก็บอยู่ด้านใน ก่อนแอบแฉลบสายตาไปมองราคาตรงสันปกอีกครั้งหนึ่งแล้วมุ่ยหน้า ถ้าหากว่ามีเงินมากกว่านี้เขาคงจะเหมาซื้อยกแผง

 

        เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบเอามาหนึ่งเล่ม เขาไล่สายตามองคนบนปกอย่างครึ้มใจ ก่อนจะวางมันลงกับรถเข็นเพื่อเตรียมจ่ายเงิน

 

        ทอมคิดไว้ในใจ วันนี้เขาคงจะอารมณ์ดีได้ทั้งวัน

 

 

 

 

        ทอม ฮอลแลนด์คิดผิดถนัด เพราะหลังจากที่กลับจากออกไปซื้อของในย่านแมนฮัตตัน อุณหภูมิในร่างกายก็พุ่งสูงจนเขาปวดหนึบไปทั้งขมับ

 

        เขานึกขอบคุณที่วันนี้เป็นวันเสาร์ หากเป็นวันธรรมดาแล้วดันมาล้มป่วยแบบนี้ คุณปีเตอร์ก็คงจะพลอยป่วยไปด้วย ไม่สิ ก่อนที่เขาจะแพร่เชื้อให้เจ้าตัวเล็ก คุณเรย์โนลด์ก็คงจะไล่ตัวเชื้อโรคอย่างเขาให้พ้นลูกชายเธอซะก่อน

 

        บ้านหลังใหญ่หลังนี้เงียบลงถนัดตา เนื่องจากคุณป้าแม่บ้าน และคนอื่นๆไม่ได้อยู่ค้างที่นี่ วันนี้ก็คงจะมีเพียงเขาที่อยู่บ้านคนเดียว เป็นไปได้ที่คุณเรย์โนลด์จะค้างที่บริษัท ทอมไม่ได้นึกกลัวเท่าไรนักเนื่องจากอยู่บ้านหลังนี้มา 7 ปีจนชินชา และเขาก็มั่นใจกับระบบรักษาความปลอดภัยที่คุณเรย์โนลด์ซื้อตัววิศวะกรฝีมือดีมาออกแบบเองกับมือ

 

        คนตัวผอมบางก่นด่าตัวเองในใจที่ไม่ตระเตรียมขวดน้ำไว้ในห้อง พอจะกินยาก็ควานหาขวดน้ำตัวเองไม่เจอ ทำให้ตัวเองต้องระหกระเหิน เดินเกาะตามผนังตั้งแต่ห้องนอนตัวเองที่อยู่ไกลติดกับหลังบ้านจนมาถึงห้องครัวอีกฝั่งของบ้านอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีอาการวิงเวียนศีรษะร่วมอยู่ด้วย

 

        นาฬิกาสีทองที่ติดอยู่ข้างฝาบอกเวลาตีสองครึ่ง ทอมคำนวณจำนวนชั่วโมงในใจ เขานอนมาตั้งแต่หัวค่ำจนถึงตอนนี้อาการป่วยก็ยังไม่ดีขึ้น หากพรุ่งนี้อาการย่ำแย่กว่าเดิม เขาจะขอให้คุณเรย์โนลด์พาไปโรงพยาบาลได้ยังไง เจ้านายคงจะไม่คิดว่าทอมไปรบกวนเวลาที่มีค่าของเขาหรอกเหรอ

 

        กลีบปากที่เคยมีสีสด ตอนนี้ซีดเผือดจนน่ากลัว เขาไม่อยากเดินออกมาข้างนอกเท่าไรเนื่องจากกลัวล้มฟาดพื้นไปซะก่อน แต่ถ้าไม่ได้มีน้ำให้ชุ่มคอและเม็ดยาลงกระเพาะในภายในหนึ่งชั่วโมงต่อจากนี้ ทอมรู้สึกว่าตัวเองคงต้องตายแน่ๆ

 

        ฉับพลัน ขณะที่ทอมเขย่งสุดปลายเท้าเพื่อเอาแก้วน้ำที่วางอยู่บนสุดของชั้น เงาสีดำก็คืบคลานมาทาบทับจนคนตัวเล็กสะดุ้งตกใจ เผลอหันกลับไปมองกระทันหันจนตัวเองหน้ามืด ทำให้เซไปด้านหลังเล็กน้อยยังดีที่ยกมือข้างหนึ่งค้ำกับเคาท์เตอร์เอาไว้ได้ทัน

 

      เป็นคุณเรย์โนลด์ที่กำลังยืนคอตก เสื้อเชิ้ตสีฟ้าถูกถลกขึ้นไปอยู่ตรงศอกอย่างลวกๆ สภาพตอนนี้แตกต่างจากคุณเรย์โนลด์ตอนไปทำงานอย่างลิบลับ

 

        ทอมเป่าปากเสียงฟู่ด้วยความโล่งอกที่คนตรงหน้าไม่ใช่ขโมย ก่อนวางแก้วที่ตัวเองหยิบออกมาเมื่อครู่เอาไว้ แล้วเดินเข้าไปใกล้เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีทีท่าไม่สู้ดี ..คุณเรย์โนลด์เมา

 

        คนตัวเล็กไม่รู้จะส่งภาษามืออย่างไรให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าเขากำลังจะพาเจ้าตัวเข้านอน จึงได้แต่เดินดุ่มๆเข้าไปใกล้แล้วจับท่อนแขนแกร่งพาดเข้าที่ไหล่ของตัวเอง

 

        “อะ!”

 

        จู่ๆ ฝ่ามือแกร่งก็ปัดกระชากไหล่เล็กออกห่างตัว ฮอลแลนด์เซถลาก่อนมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ โครงคิ้วได้รูปที่ประดับใบหน้าหล่อขมวดหากันแน่น ขณะที่ดวงตาของเขาแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

 

        “อึก!”

 

        เรย์โนลด์เดินเข้าไปกระชากไหล่บางทั้งสองเข้าหาตัว คนตัวเล็กอุทานในลำคอด้วยความตกใจ ก่อนเบ้หน้าด้วยความเจ็บจากพันธนาการที่หัวไหล่ ขณะที่มือก็พยายามดันแผ่นอกอีกฝ่ายให้ออกห่างทั้งๆที่ตัวเองก็ประเมินสถานการณ์ไม่ถูก ทุกครั้งที่คุณเรย์โนลด์เมากลับมา ก็ไม่เป็นแบบนี้สักหน่อย

 

        ไรอันยกมือข้างหนึ่งไล้ปลายนิ้ววนไปตามริมฝีปากแห้งผากจากพิษไข้

 

        ฮอลแลนด์ไม่ทันได้ตั้งสตินึกอะไรต่อ เขาถูกจับยกตรงช่วงเอว ก่อนเหวี่ยงให้หงายนอนลงกับเคาท์เตอร์กลางครัว

 

        เด็กหนุ่มเจ็บจุกจนน้ำตาเล็ด ทอมกลัวจับใจ ทว่าทำได้เพียงส่งเสียงคัดค้านอึกอักในลำคอ

 

        “อ..อะ”

 

        มือเล็กยกกุมช่องท้องด้วยความจุก เขาพยายามเบี่ยงตัวนอนตะแคงอย่างทรมาน ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกกว้าง ขณะที่จังหวะการเต้นของหัวใจจะถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพบว่าร่างสูงเริ่มฉีกทึ้งเสื้อนอนของตัวเอง

 

 

 

— to be continued

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด
ไอ้ลุงใจร้าย
#DearMrReynolds

 

(SF) Dear Mr. Reynolds | RyanTom (1/x)

 

 

1

 

 

YEm-m08n

Somewhere over the rainbow bluebirds fly
Birds fly over the rainbow.
Why then, oh, why can’t I?

 

Somewhere Over The Rainbow – Israel Kamakawiwo’ole
(https://youtu.be/mBmDg-CNFqY)

 

 

          โธมัส สแตนลีย์ ฮอลแลนด์ได้แต่นั่งนิ่งเป็นตุ๊กตากระเบื้องให้เด็กชายตัวกระจ้อยละเลงสีโปสเตอร์จากปลายพู่กันลงบนผิวแก้ม

 

          แม้จะแอบบ่นอุบในใจเนื่องจากขี้คร้านจะเช็ดล้าง แต่เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะร่าจากเด็กชายเรย์โนลด์ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีก็พลอยหลุดขำตามไปด้วย

 

          เจ้าของมือขาวจุ่มนิ้วลงบนถาดสี ก่อนป้ายปลายนิ้วมนที่เคลือบไปด้วยสีส้มแปร๋น ลงบนปลายจมูกของปีเตอร์ เรย์โนลด์ เจ้าหนูอ้าปากหวอเมื่อโดนเอาคืนก่อนทำจมูกฟุดฟิด

 

          ทอม ฮอลแลนด์ได้แต่ขยับยิ้มกว้างจนตาปิด ทว่าไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากลำคออย่างคนอื่น
         
          เจ้าตัวเล็กฮึดสู้ไม่ยอมแพ้ เอาพู่กันจุ่มอีกสี แล้วยกขึ้นแต้มขีดสีดำสองเส้นทั้งสองพวงแก้มกลมให้เป็นหนวดแมว เด็กหนุ่มคนพี่ย่นจมูกขณะครางฮือในลำคอ เมื่อหันไปเห็นสภาพใบหน้ามอมแมมของตัวเองในกระจกใส ที่กั้นระหว่างตัวบ้านกับสนามหญ้าที่มีสระว่ายน้ำอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ

 

          ปีเตอร์หัวเราะร่วนอย่างชอบใจ

 

          “อะๆๆ อย่าเช็ดออกเด็ดขาดนะฮะ” คุณหนูพีทขวัญใจของบ้านเรย์โนลด์ยื่นคำขาด ไม่วายชี้นิ้วสั่ง

 

          ทอม ฮอลแลนด์แทบจะเห็นภาพของคุณไรอันซ้อนทับ ความแก่นแก้วและท่าทีเผด็จการเหล่านี้ ชะรอยคงไม่ทิ้งลายของผู้เป็นพ่อ เข้าสำนวนลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นอย่างที่คุณป้าแม่บ้านเคยสอน

 

          เล่นได้ไม่นานนัก เจ้าตัวเล็กก็นอนแผ่ลงไปกับเสื่อ พลางอ้าปากหาวหวอด ฮอลแลนด์ตามเก็บจานสีออกแทบไม่ทัน ด้วยกังวลว่ามันจะคว่ำเปื้อนเปรอะเสื้อผ้าราคาแพงหูดับนั่นซะก่อน

 

          “วันนี้พี่ทอมอยากกินอะไร”

 

          เจ้าของแก้มกลมอมยิ้มพร้อมโคลงศีรษะ

 

          “ไม่กิน? ไม่เอา? หรือว่ายังไม่หิว?” ปีเตอร์พลิกตัวกลับมานอนคว่ำแล้วเท้าคางมองคนที่นั่งเก็บข้าวของที่เขาทำทิ้งไว้เละเทะ

 

          เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากชั่งใจ นึกไม่ออกว่าควรจะอธิบายอย่างไรให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าเขาไม่สมควรที่จะได้กินอาหารเหมือนอย่างของเจ้านาย ..ปีเตอร์ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ และทอม ฮอลแลนด์ก็ไม่สามารถอธิบายอะไรออกไปได้ดีกว่านี้ ท้ายที่สุดแล้วเด็กหนุ่มก็ยังคงต้องยกมือขึ้นมาสื่อสารแทนการเปล่งคำพูดเหมือนอย่างเคย

 

          ปีเตอร์คว่ำปาก

 

          “ผมอยากให้พี่ทอมพูดได้จัง”

 

          ทอม ฮอลแลนด์คลายยิ้ม ก่อนจัดแจงอุปกรณ์วาดภาพไปไว้รวมกันด้านหลัง แล้วค่อยๆเปลี่ยนท่าเป็นนั่งชันเข่า เด็กหนุ่มมีแววตาหม่นลงเล็กน้อย

 

          เขาก็หวังให้มันเป็นแบบนั้นเช่นกัน

 

          แต่ตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้นขึ้น เขาก็ไม่สามารถเปล่งเสียงใดๆได้อีกต่อไป ที่ทำได้ก็เป็นเพียงเสียงอึกอักในลำคอ หมอบอกว่ามันเป็นผลพวงมาจากการถูกกระทบกระเทือนสภาพจิตใจอย่างสาหัสสากรรจ์ สมองจึงสั่งการว่าการเขาไม่มีเสียงพูดเลย มันอาจจะเป็นเกราะป้องกันตัวเองที่ดีที่สุด

 

          ฮอลแลนด์สั่นหัวเบาๆเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป พักนี้เขาเริ่มเพ้อฝันกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ คงจะเป็นเพราะการอ่านมากเกินไปของตัวเองแน่ๆ หลังจากที่เห่อการอ่านออกเขียนได้มาหยกๆ จากที่เขาเก็บเงินไปซื้อสมุดเขียนตามรอยปะมาท่องในเวลาว่าง จนสามาถอ่านในใจได้คล่องขึ้น เขาก็เล่นอ่านสารพัดชนิดหนังสือ ตั้งแต่การ์ตูนภาพสีซุปเปอร์ฮีโร่ของคุณปีเตอร์ จนไปถึงหนังสือทำสวนที่คุณเรย์โนลด์ซื้อมาวางทิ้งไว้ที่ห้องรับแขก

 

          เด็กหนุ่มในเสื้อยืดที่ถูกปะชุนตรงขอบเสื้อขยับกายเล็กน้อย ขณะเงี่ยหูฟังเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆดังเข้ามาใกล้ ไม่นานนักมันก็เงียบลง

 

          คุณไรอันคงกลับจากทำงานแล้ว

 

          ฮอลแลนด์หันไปหาเด็กชายที่นอนอยู่ข้างกัน หวังจะสะกิดบอกว่าบิดาของอีกฝ่ายมาถึงแล้ว แต่กลับพบว่าเจ้าหนูวัยห้าขวบผล็อยหลับปุ๋ยซ้ำยังเคิ้งต่างอยู่ในท่าเท้าคางเหมือนเดิม เห็นแบบนั้นจึงเผลอหลุดยิ้มออกมาไม่ได้

 

          ทอมมองพวกอุปกรณ์สัพเพเหระที่ตนรวบรวมกองกันไว้อย่างชั่งใจ แต่สุดท้ายก็เลือกช้อนตัวเด็กชายมาอุ้มไว้ในอ้อมกอดเพื่อไปส่งเข้านอนเสียก่อน แม้จะเป็นเวลาห้าโมงเย็น เป็นเวลาที่ไม่สมควรนอน เนื่องจากอาจจะทำให้เด็กๆดีดตัวในเวลากลางคืน แต่เด็กหนุ่มก็ไม่กล้ากวนเวลาสบายของเจ้าตัวเล็กอยู่วันยันค่ำ ทอม ฮอลแลนด์เป็นพี่เลี้ยงที่ให้ท้ายเก่งอย่างกับอะไรดี

 

          เด็กชายตัวป้อมครางในลำคออย่างรำคาญใจ ก่อนปล่อยให้ตัวเองถูกอุ้มขึ้นจากเสื่อแต่โดยดี โดยไม่ลืมเอาแก้มหนุนไหล่อีกฝ่ายจนยุ้ยออกมาน่าหยิกให้หายมันเขี้ยวสักทีสองที ฮอลแลนด์เหลือบหางตาสำรวจความเรียบร้อยด้วยเกรงว่าศีรษะของบุตรชายผู้เป็นนายจะเอนโคลงไปมา ทว่ากลับเห็นอะไรที่เด่นชัดกว่าเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่อยู่บนไหล่

 

          หวา เขาลืมเช็ดคราบสีบนหน้าคุณปีเตอร์ซะสนิท!

 

          ฮอลแลนด์เม้มริมฝีปากอย่างร้อนรน หากคุณเรย์โนลด์มาเห็น เขาคงถูกดุจนร้องไห้อีกแน่ ถึงแม้ว่าคนที่อยากเล่นสีเล่นโคลนจะเป็นคุณปีเตอร์ก็เถอะ เพียงแค่นึก ทอม ฮอลแลนด์ก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ ครั้งก่อนที่ถูกคุณปีเตอร์ดึงตัวแอบไปเล่นข้างนอกจนเย็นย่ำ กลับมาก็เป็นเขาที่ถูกดุด่าจนเปิดเปิง คนที่อยู่ในฐานะเด็กรับใช้ในบ้านจะทำอะไรได้ นอกจากก้มหน้างุดรอรับโทษ ไม่ทันที่คุณเรย์โนลด์ระเบิดอารมณ์ใส่เขาจนหมด น้ำตาเจ้ากรรมก็ดันร่วงเผาะลงมา กลายเป็นว่าเย็นวันนั้น นอกจากจะเป็นไอ้เด็กเถลไถล เขาก็กลายเป็นไอ้ใบ้ขี้แยในสายตาของคุณเรย์โนลด์ไปโดยปริยายอีกด้วย

 

          เอายังไงดี ทอมตายแน่ๆ เขาต้องตายแน่ๆ

 

          “หลับเหรอ?”

 

          น้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากทางตัวบ้าน พร้อมๆกับเสียงเลื่อนประตูบานกระจก

 

          ฮอลแลนด์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ เสียงที่ลอยเข้าหูเมื่อครู่ราวกับมีคำว่า ‘ตายแน่ๆ’ ลอยเข้ามาตีแสกกลางหน้าผาก

 

          เมื่อจวนตัว ทอมจึงตัดสินใจหันหน้าไปหาเจ้าของเสียงทุ้ม

 

          วันนี้คุณเรย์โนลด์สวมสูทสีเทาเข้ม พร้อมเนคไทที่เขาตระเตรียมไว้ให้ โดยปกติทอมไม่ได้ขึ้นไปยุ่มย่ามงานส่วนนี้นัก สาเหตุมาจากที่คุณเรย์โนลด์มองว่าเขาโง่เง่า และไร้รสนิยม แน่นอนว่าไรอันไม่ได้พูดต่อหน้าเขาอย่างแน่นอน เพียงแต่ครั้งนั้นประจวบเหมาะเสียเหลือเกิน เขาบังเอิญไปได้ยินเข้าพอดี ทอมไม่ได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะสิ่งที่คุณเรย์โนลด์พูดมาทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น เด็กที่ไร้การศึกษา กรอบของโลกก็แคบเพียงแค่บ้านหลังนี้ จะไปมีรสนิยมที่ดีได้อย่างไร แต่เนื่องจากคุณแม่บ้านที่ทำหน้าที่นี้เป็นประจำเธอลาพักร้อนวันนี้เป็นวันแรก หน้าที่ทั้งหลายจึงตกเป็นของฮอลแลนด์ ยอมรับว่าเขาประหม่าจนรีดกริบทุกเนื้อผ้า แถมเขายังแอบไปศึกษาสไตล์การแต่งตัวของคุณเรย์โนลด์มาจากคุณป้าแม่บ้าน คุณเรย์โนลด์คงจับสังเกตไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นคนจัดแจงเสื้อผ้าให้ทุกชิ้น

 

          “เอ๊ะ?”

 

          เด็กหนุ่มก้มหน้าจนคางจวนจะชิดอก มือที่วางทาบอยู่บนแผ่นหลังของปีเตอร์เปลี่ยนมาขยับลูบขึ้นลงเมื่ออีกฝ่ายครางครึ้มด้วยความรำคาญ ทอมไม่รู้จะเอาใจใครก่อน คนลูกก็จะงอแง ส่วนคนพ่อก็ใกล้ที่จะโมโหร้ายเต็มที

 

          ทอมมองเห็นเรียวขายาวก้าวเข้ามาใกล้เขาทีละนิด แต่กลับไปกล้าเงยหน้าขึ้นมอง ได้แต่จดจ้องไปยังปลายรองเท้าสีดำมันปลาบด้วยฝีมือตัวเอง

 

          ไรอัน เรย์โนลด์ถอนหายใจยาว

 

          “ทำไมชอบเล่นสกปรก”

 

          กลีบปากสีสดเผยอออกอย่างพยายามจะพูดบางสิ่งออกมา แต่ท้ายที่สุดก็ได้แต่กลืนก้อนลมนั้นลงลำคอ

 

          “ส่งปีเตอร์มานี่มา ฉันจะพาเขาไปล้างเนื้อล้างตัวเอง”

 

          ฮอลแลนด์ได้แต่พยักหน้าปะหลกๆ เขานึกขอบคุณพระเจ้า อย่างน้อยพระองค์ก็ดลใจให้คุณเรย์โนลด์ใจเย็นมากกว่าทุกวัน

 

          เด็กหนุ่มอุ้มส่งตัวคุณปีเตอร์ไปยังอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อ เมื่อส่งถึงมือ เขาจึงหันไปก้มเก็บอุปกรณ์ระบายสีมาขึ้นมา

 

          เรย์โนลด์อุ้มเจ้าลูกชายด้วยท่อนแขนข้างเดียว แล้วใช้อีกมือปาดเช็ดปลายจมูกเล็กนั้นลวกๆพอให้คราบจางลง

 

          จังหวะที่ฮอลแลนด์เอี้ยวตัวกลับมา เรย์โนลด์ก็เพิ่งจะสังเกตหนวดแมวสีดำที่ถูกแต้มอยู่สองข้างแก้มของอีกฝ่าย เจ้าตัวก็ดูจะไม่ทุกข์ร้อน หรือจะลืมไปแล้วว่าตัวเองถูกขีดๆเขียนๆหน้าจนเปรอะเปื้อนไปหมด

 

          ไม่รู้ว่าจะจำกัดความคำว่าซื่อบื้อ หรือโง่ให้กับมันกันแน่

 

          ยิ่งได้เห็นดวงตากลมโตที่เคลือบไปด้วยความสงสัยของมันยิ่งรำคาญใจ

 

          แถมก็เวลาเขาเข้าใกล้ทีไร ไอ้เด็กใบ้นี่ก็เกร็งสันหลังจนสั่นราวเจ้าเข้า ไม่รู้ว่าจะกลัวอะไรเขานักหนา เหมือนอย่างกับตอนนี้ที่ทำสีหน้าอย่างกับเขาจะกินเลือดกินเนื้อ

 

          ขณะที่ร่างสูงเพ่งพินิจคนตรงหน้าอย่างเงียบๆ กลับกลายเป็นว่าทำให้บรรยากาศรอบข้างของทอมกระอักกระอ่วนสิ้นดี เด็กหนุ่มกระชับเหล่าจานสีในมือแน่นจนเปียกชื้นด้วยเม็ดเหงื่อ ทอมนึกครางฮือในใจ ไหงเมื่อกี้ยังใจเย็นอยู่ดีๆ ตอนนี้กลับแผ่รังสีอำมหิตมาให้แบบนี้ล่ะ เขาตามอารมณ์ของคุณเรย์โนลด์ไม่ถูกแล้ว

 

          “ไปทำงานของแกได้แล้วไป” เรย์โนลด์พยักเพยิดหน้าไล่คนตัวเล็กให้พ้นสายตา ฮอลแลนด์ได้แต่ก้มหัวให้แล้วรีบสาวเท้าฉับเข้าไปในบ้าน ก่อนที่ร่างสูงจะได้คว้านไส้คว้านพุงเขาออกมากินเข้าจริงๆ

 

          ทว่าในขณะที่เดินเข้าไปในตัวบ้าน ผ่านห้องโถงรับแขกที่มีตู้กระจกฉลุลายปราณีตเพื่อใช้วางของประดับบ้าน ดวงตากลมก็ต้องเบิกค้างเมื่อพบสิ่งแปลกปลอมบนสองพวงแก้ม เขาลืมไปได้ยังไง!

 

          ยิ่งนึกถึงสายตาของคนตัวโตที่จ้องมองมายังตนเมื่อครู่ ใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้นมาเอาดื้อๆ

 

          คุณปีเตอร์นะคุณปีเตอร์ ช่างทำกับเขาได้เจ็บแสบนัก!

 

 

— to be continued

 

 

พูดชื่อสี่วิ ต่อลมหายใจได้สี่ปีค่ะ
#DearMrReynolds

 

(SF) Heavenly #harrisontom | 1

 

 

1

 

 

Processed with VSCO with hb2 preset

 

 

          ชีวิตของแฮร์ริสันแร้นแค้นเกินกว่าใครจะสามารถจินตนาการ

 

          วันที่ย่ำแย่ที่สุดของชีวิต เป็นวันที่เขาต้องนอนกอดศพของแม่ภายในโบสถ์ร้าง หลังจากที่ถูกขับไล่จนต้องระหกระเหินมาอยู่เขตชนบท ออสเตอร์ฟิลด์จำได้ว่ามันเป็นวันที่หิมะกระหน่ำหนักที่สุดของปี

 

          กาฬโรคเป็นสิ่งที่น่าขยาดของสังคมแม้กระทั่งหมอ เขาเห็นแม่นับวันรอความตายตั้งแต่วันที่ไปหาแพทย์มือหนึ่งในตัวเมือง ทว่ากลับถูกตัดทอนความหวังอย่างไม่ใยดี ถึงอย่างนั้นเขากับพ่อยังคงมีหวัง แฮร์ริสันปลอบประโลมตัวเองอยู่เสมอว่า หากพระเจ้าเสกสรรค์ให้เชื้อมรณะอยู่กับมารดาของเขาได้ พระองค์ก็ย่อมขจัดให้มันหายไปได้เช่นกัน

 

          แต่ความหวังของเขาก็ล้มเหลวไปในวันที่แม่ทรุดลง ร่างกายของแม่ซูบผอมลงเรื่อยๆ เชื้อนั้นกลืนกินรอยยิ้มที่งดงามที่สุดในชีวิตของแฮร์ริสันไปจนหมดสิ้น

 

          ในวันที่แม่ตาย เขาได้ยินเสียงพ่อสะอื้นจนจุกลำคอ หากพ่อของเขามีเสียง เขาคิดว่าพ่อก็คงอยากพูดหลายสิ่งที่ยังตกค้างอยู่ในใจในยามที่แม่ไม่สามารถเปิดเปลือกตาขึ้นมามองพ่อสื่อภาษามือได้อีกแล้ว

 

          พ่อของเขาทนดูสภาพนั้นไม่ได้ จึงได้แต่นั่งหันหลังขดคู้ เอาหน้าซบอยู่กับม้านั่งไม้ตัวเก่า แผ่นหลังที่สั่นสะท้านแทนประโยคบอกเล่าว่าผู้เป็นบิดาใจสลายเพียงใด ออสเตอร์ฟิลด์ในวัยแปดขวบยังคงบีบมือผู้เป็นมารดาแน่นพลางตามองไปยังพ่อที่กำลังใช้มือทุบตีหน้าอกของตัวเองเพื่อหวังบรรเทาความทรมาน

 

          มือขาวซีดของแม่เย็นจับขั้วพอๆกับหิมะที่กำลังตกอยู่นอกโบสถ์ ลมหนาวพัดตีหน้าต่างส่งเสียงดังปึงปัง อากาศหนาวเย็นจนน้ำแข็งเกาะบริเวณโหนกคิ้ว เปลวไฟจากกองฟืนริบหรี่ลงเรื่อยๆ ทว่ากลับไม่มีใครลุกไปเติมเชื้อเพลิง แฮร์ริสันคิดว่าพ่อก็คงคิดแบบเดียวกันกับเขา.. ปล่อยให้ความเหน็บหนาวครั้งนี้พรากลมหายใจไปให้พ้นๆสักที

 

          เด็กน้อยผล็อยหลับไปพร้อมกับฝันที่ตนนอนอยู่บนทองที่กองพะเนิน ในฝันครั้งนั้น ออสเตอร์ฟิลด์สุขใจกว่าครั้งใด

 

          .. เขาใช้มันซื้อกล่องเสียงให้พ่อ รวมทั้งซื้อชีวิตของแม่กลับคืน

 

 

 

 

 

          ฤดูร้อน, คริสต์ศักราช 1938

 

          แฮร์ริสันในวัยสิบแปดปีเดินมาหยุดอยู่ที่หน้ารั้วบ้านหลังใหญ่ในเขตชนบท ที่นี่โอบล้อมด้วยภูเขาเตี้ยๆ เขานึกในใจว่าหากมาเยือนที่นี่ในฤดูเก็บเกี่ยว หญ้าบริเวณตีนเขาคงจะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นเขียวไปทั่วทุกหย่อม

 

          เขาสั่นกระดิ่งที่อยู่ทางขวามือของประตู้รั้วเหล็กสูง ไม่นานนักก็มีสตรีสูงวัยออกมาต้อนรับ แฮร์ริสันเดาว่าคงจะเป็นแม่บ้านของที่นี่ เนื่องจากหล่อนสวมยูนิฟอร์ม และเก็บผมรวบตึงอย่างเป็นระเบียบ เขาอุ่นใจลงมาครึ่งหนึ่งเรื่องที่ทำงานใหม่ ออสเตอร์ฟิลด์นึกในใจว่าที่นี่มีความน่าเชื่อถือพอสมควร และเขาหวังว่าจะได้รับเงินเดือนตรงตามกำหนด ไม่ถูกฉ้อฉลเหมือนอย่างที่เก่า

 

          ชายหนุ่มเข้าสมัครงานที่นี่ตามคำแนะนำของเพื่อนชาวไร่ แน่นอน.. แฮร์ริสันไม่ได้รับการศึกษามาตั้งแต่เก้าขวบ อาชีพที่พอจะประกอบได้ตามความเหมาะสมของระดับความรู้หนังสือ ก็มีเพียงอาชีพทำไร่ทำสวน อันที่จริงออสเตอร์ฟิลด์ก็ทำมาทุกอย่างตั้งแต่เป็นยังไม่ทันได้แตกเนื้อหนุ่ม ตั้งแต่ทำความสะอาด กรรมกรแบกหาม ยันก่อสร้าง ใครๆก็มองว่ามันช่างหนักหนาเกินไปนัก ไม่คุ้มค่าที่แลกกับเศษเงินเพียงเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามมันช่วยให้เขาและพ่อไม่ต้องอดตายอยู่ข้างถนน

 

          ออสเตอร์ฟิลด์เดินสะพายกระเป๋าเป้ใบเขื่องผ่านถนนที่ทอดยาวไกลจากตัวบ้านสไตล์โคโลเนียลประมาณห้าร้อยเมตร สองข้างทางมีต้นไม้และเสาไฟตระหง่านสลับกันจนกระทั่งสุดทาง โดยมีหัวหน้าแม่บ้านเป็นผู้นำทาง เจ้าหล่อนผายมือซ้ายขวาเพื่อแนะนำเส้นทางไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟาร์ม หรือตึกอื่นๆ

 

          หล่อนพาเขาเลี้ยวมาตามทางแยกหนึ่งที่อยู่ข้างตึกใหญ่ แฮร์ริสันาดว่าคงจะเป็นที่พำนักของเหล่าเจ้านาย

 

          เขากวาดสายตามองไปยังรอบๆเพื่อสำรวจที่อยู่ใหม่ ก่อนเสียงกรีดร้องของแม่บ้านคนเดิมจะกระชากความสนใจของเขาในสถาปัตยกรรมงดงามของตัวตึกให้หันไปมองตามเสียง

 

          แฮร์ริสันมองเห็นคุณแม่บ้านสาวเท้าฉับไปยังเนินลาดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขาเห็นใครบางคนนั่งจุ่มปุกอยู่บนพื้นหญ้า ข้างกายมีรถวีลแชร์คว่ำอยู่ไม่ไกล แฮร์ริสันเดาว่ามันคงจะกลิ้งหลุนจากจุดสูงทั้งรถและตัวเจ้าของ ยังดีที่มันเป็นเพียงเนินลาดเตี้ยๆ ไม่อย่างนั้นมีหวังแข้งขาหักกันไปข้าง เห็นอย่างนั้น เขาจึงสละสัมภาระแล้วรีบวิ่งถลาเข้าไปช่วย

 

          เมื่อมองในระยะใกล้ ออสเตอร์ฟิลด์จึงเพิ่งสังเกตว่าเจ้าของรถวีลแชร์คันนั้นเป็นเด็กผู้ชายผิวขาวจัด อยู่ในเสื้อผ้าที่ตัดเย็บตามแบบของชนชั้นสูง เรียวขาที่โผล่พ้นออกนอกกางเกงทำให้เห็นว่าขาทั้งสองข้างของเขาลีบฝ่อ คงจะเป็นผลพวงมาจากการที่ไม่ได้ออกกำลังกล้ามเนื้อขาเป็นเวลานาน แฮร์ริสันมองใบหน้าเศร้าสนิทของคนตรงหน้าด้วยความสังเวชใจ เสียงร้อนใจของหัวหน้าแม่บ้านทำให้เขาต้องสอดท่อนแขนแกร่งเข้าที่ใต้ข้อพับขาของอีกฝ่ายอย่างไม่รีรอ ทว่าออสเตอร์ฟิลด์ กลับโดนสะบัดออกอย่างแรง

 

          “ปล่อย!!”

 

          แฮร์ริสันผงะหงายหลัง เขาใช้มือยันกับพื้นขณะมองคนที่ผลักไสเขาออกมาเมื่อครู่ด้วยความประหลาดใจ

 

          ออสเตอร์ฟิลด์และสตรีสูงวัยหันไปมองหน้ากันอย่างกระอักกระอ่วนทั้งคู่ ก่อนที่เจ้าหล่อนตัดสินใจเอ่ยขึ้นเพื่อเกลี้ยกล่อม

 

          “โธ่ คุณฮอลแลนด์ อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ”

 

          “ไม่ต้องมาช่วย ผมจะลุกเอง”   

 

          แฮร์ริสันนั่งมองคนหัวรั้นกำลังใช้มือค้ำกับวีลแชร์ ริมฝีปากแดงจัดเม้มหากันแน่นเนื่องจากพยายามตะกายตัวเองให้ลุกขึ้นยืน สลับกับแววตาสั่นระริกของสตรีที่พยายามจะเข้าไปประคองอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

          อวดดี

 

          เป็นประโยคแรกที่ออสเตอร์ฟิลด์นิยามให้คนตรงหน้า แต่ก็ต้องนับถือหัวจิตหัวใจที่แม้จะล้มครั้งแล้วครั้งเล่า คนตัวเล็กก็ยังไม่ยอมแพ้ ออสเตอร์ฟิลด์ทนดูความดื้อด้านต่อไปไม่ไหว จึงตัดสินใจถือวิสาสะอุ้มคนหัวรั้นขึ้นจากพื้น

 

          โธมัส สแตนลีย์ ฮอลแลนด์ เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนดึงคอเสื้อของอีกฝ่ายแล้วกระชากทึ้งอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง

 

          “ปล่อย!!!”

 

          ออสเตอร์ฟิลด์ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบรับต่อการพยศนั้น เขาหันหลังไปบอกสตรีสูงวัยที่กำลังมองตาค้างด้วยความตกใจเช่นกัน

 

          “รบกวนเข็นรถตามมาด้วยนะครับ”

 

          เมื่อหล่อนพยักหน้ารับอย่างรู้งาน ออสเตอร์ฟิลด์จึงอุ้มบุตรชายของเจ้าบ้านมุ่งตรงไปยังตัวตึก สิ่งที่เขาทำลงไป คงสร้างความไม่พอใจให้อีกฝ่ายพอสมวร ทว่าขืนปล่อยให้คุณแม่บ้านเกลี้ยกล่อมอยู่อย่างนั้น คงไม่ได้ไปไหนมาไหนแน่ๆ

 

          “ปล่อยเดี๋ยวนี้ !! you son of a bitch!”

 

          ริมปากฝีบางก่นด่าไม่หยุดหย่อน ขณะออกแรงผลักไสร่างโปร่งโดยไม่มีท่าเกรงกลัวว่าจะตกจากอ้อมแขนของอีกฝ่ายสักนิด โธมัสคงจะโกรธหน้ามืดจนลืมตระหนักไปว่า การออกแรงทำแบบนี้รังแต่จะสูญเปล่า เพราะเจ้าของอ้อมกอดไม่มีท่าทีอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย

 

          โธมัสใช้กำปั้นทุบไปที่ไหล่อีกฝ่ายระรัว ในจังหวะที่เจ้าของมือเล็กคลายกำปั้นออก ปลายเล็บที่โผล่พ้นออกมาจากผิวเนื้อเล็กน้อยก็ข่วนเข้าตรงสันกรามของเจ้าของโครงหน้าคมอย่างจัง

 

          แฮร์ริสันชะงักฝีเท้า เขาก้มมองคนที่อยู่ในอ้อมแขนที่กำลังมองผลงานที่ตนฝังรอยไว้ด้วยแววตาสั่นระริกอย่างรู้สึกผิดเต็มอก เห็นอย่างนั้นแฮร์ริสันจึงได้แต่พรูลมหายใจแผ่วด้วยความเหนื่อยหน่าย

 

          แต่ถ้าหากแผลคราวนี้จะทำให้อีกฝ่ายเลิกดื้อด้าน เขาก็จะยอมให้ข่วนอีกสักแผลสองแผล

 

 

 

To be continued

 

 

 

แฮร์ริสันคนสู้ชีวิต
#heavenly

 

 

 

(SF) Heavenly #harrisontom | Intro

 

 

Intro

 

 

“Do you think everyone can go to heaven?”

 

 

dsf's

Tears in heaven – Boyce Avenue (Cover)
( https://youtu.be/yhAlVxcE3QA )

 

 

          ควันสีเทาย้อมกรุงลอนดอนจนกลายเป็นสีมืดหมอง ควันโขมงแผ่ปกคลุมตั้งแต่แม่น้ำเทมส์จรดมหาวิหารเซนต์พอล ที่ขณะนี้เหลือเพียงยอดวิหารที่ตระหง่านอยู่เหนือกลุ่มควัน

 

          เสียงกรีดร้องดังขึ้นอยู่เนืองๆ พร้อมกับเสียงระเบิดที่ถูกปล่อยลงมา แรงอัดของมันทำให้แผ่นดินรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนเป็นบริเวณกว้าง บรรดาฝูงชนวิ่งหนีตายกันอลหม่านไปทั่วทั้งถนนที่เกลื่อนไปด้วยซากปรักหักพังจากตึกสูงซึ่งถล่มลงมาจากเหตุระเบิดในระลอกที่สอง แฮร์ริสันเห็นชายคนหนึ่งถูกชนโครมจนล้มลง ก่อนจะถูกเหยียบซ้ำจนโลหิตแดงฉานทะลักออกมาจากปาก ทำให้เขาต้องเบือนหน้าหนีอย่างสลดใจ ก่อนพยายามสาวเท้าให้ไวขึ้นกว่าเดิม

 

         ความเร็วของฝีเท้าช่างไม่ได้ดั่งใจโดยเฉพาะในเวลาแบบนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความหนักของรองเท้าคอมแบต หรือเสียงกรีดร้องระงมกันแน่ที่รั้งขาของเขาจนแทบก้าวไม่ออก

 

         อันที่จริงพ่อเคยสอนว่าเขาควรทำใจให้ชินกับเรื่องพรรค์นี้ เพราะแน่นอนว่าหากเขายังคงตัวสั่นงกทุกครั้ง ในอนาคตมันจะตามหลอกหลอนเขาจนถึงวันตาย

 

         ..แต่ใครเล่าที่จะทำเมินเฉยกับสงครามได้ แฮร์ริสันคิดว่าแม้แต่คนตายก็ไม่สามารถลบล้างความทรงจำส่วนนี้ไป และบางที.. เสียงกรีดร้องระงม กลิ่นเลือดคาวคลุ้งจมูก หรือสัมผัสร้อนแผดเผารอบกายจากกองเพลิง มันอาจจะตามหลอกหลอนเขาตั้งแต่ชีวิตนี้จนกระทั่งถึงโลกหลังความตายก็เป็นได้

 

         ระเบิดระลอกที่สามตามมา ครั้งนี้นายทหารหนุ่มได้ยินเสียงมันชัดเจนกว่าครั้งใด ความมืดดำแล่นเข้าสู่โสตประสาททันที ประสาทสัมผัสของนายทหารหนุ่มรู้สึกราวกับถูกฉีกทึ้งร่างออกเป็นชิ้นๆ โลหิตเค็มปร่าไหลจากช่องอกไปสู่ลำคอ ก่อนทะลักล้นออกจากโพรงจมูกและริมฝีปาก

 

         ในขณะที่ความสุดท้ายกำลังถูกความมืดดำกลืนกิน แฮร์ริสันก็ยังคงเห็นใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของทอม ฮอลแลนด์

 

         ..ชัดเจน และอุ่นร้อนมากกว่าครั้งใดๆ

 

 

 

To be continued

 

 

 

อินโทรหรืออนาคตคนเขียนคะ ทำไมมันสั้นแบบนี้
#heavenlyht

 

 

PUSH YOUR GUN DOWN | #RyanTom (1)

 
 

1

 

 

5392192c10d84a2a331903b038b4c0d3

Song: The Weeknd – Hurt You feat. Gesaffelstein
  

 

 

 

          โชคไม่ดีเท่าไหร่ที่ฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด คนตัวเล็กนึกหงุดหงิดกับความสะเพร่าของตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่ามีรายงานข่าวเรื่องฝนฟ้าอากาศตั้งแต่เมื่อเช้าก่อนออกจากหอพัก เจ้าตัวกลับดันลืมพกร่มออกมาเสียสนิท จึงเป็นผลให้ต้องมาติดแหงกอยู่ที่ป้ายรถประจำทางแถบรถไฟฟ้าใต้ดิน
 
        อากาศที่เริ่มเย็นลงทำให้ทอม ฮอลแลนด์ต้องกระชับกระเป๋าสีน้ำตาลในอ้อมกอดตัวเองไว้แน่นเป็นการคลายความหนาวไปพลางๆ วันนี้เขาช่างไม่มีโชคเอาเสียเลย เวลาหกโมงเย็นแบบนี้แทนที่จะได้อาบน้ำอาบท่าให้ละลายความเมื่อยล้าที่มันสะสมมาทั้งวันแท้ๆ ไม่หนำซ้ำงานที่ทำเสร็จไปกว่าห้าร้อยหน้าดันถูกตีกลับมาให้แก้ นึกแล้วก็ได้แต่ทอดถอนลมหายใจออกมาเบาๆด้วยความเหนื่อยอ่อน ควันสีขาวจากริมฝีปากบางลอยออกมาคละคลุ้งอยู่ในอากาศอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่มันจะเลื่อนจางหายไป.. คงจะเป็นเรื่องจริงที่คนอย่างทอมฮอลแลนด์ไม่มีโชคด้านไหนเลย จนทำอะไรไม่สำเร็จตามใจหวังสักอย่าง หรือไม่อย่างนั้นก็คงจะเป็นที่เขาเองที่ไร้น้ำยา

 

        สมควรแล้วที่พ่อกับแม่จะเอาเขาไปเปรียบเทียบกับพี่สาวอยู่บ่อยๆ
 
        ทอมฮอลแลนด์สูดหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนตัดสินใจใช้กระเป๋าเป้ของตัวเองเองมาเป็นกำบังเหนือศีรษะ แล้วก้าวเท้าเดินออกจากป้ายรถประจำทางที่มีผู้คนเบียดเสียดกันจนเกือบล้น
 
 

 

 
 
          คริส เฮมสเวิร์ธเหนื่อยหน่ายกับการจราจรในวันฝนตก
 
          1 นาทีที่ติดอยู่บนท้องถนน อาจทำให้เขาสูญเสียรายได้มากกว่า 1 ล้านดอลล่าร์ฯ
 
          มือหนาปิดแฟ้มเอกสารในมือลงก่อนโยนลงไปที่เบาะที่ว่างข้างกายอย่างลวกๆ แล้วใช้มือปลดเนคไทพร้อมกระดุมด้านบนอีกสองเม็ด เฮมสเวิร์ธเอนศีรษะพิงไปด้านหลัง ก่อนมองออกไปนอกกระจกรถชั่วโมงไพรม์ไทม์ในย่านคิงส์ตันอัพพอนเทมส์ตอนฝนตก อะไรๆก็ดูเร่งรีบไปซะหมด เขาเกลียดเวลาที่ผู้คนพลุกพล่านเบียดเสียดกันจนเต็มทางเท้า น่าหงุดหงิดใจทั้งการจราจรและบรรยากาศ
 
          ขณะนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ได้ฉุดให้เฮมสเวิร์ธให้หลุดออกจากภวังค์ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทสีน้ำเงินที่ตนสวมใส่ นาทีที่จะกดรับสาย ดวงตาคมกลับไปสะดุดเข้ากับใครบางคนเข้า ร่างสูงจึงกดตัดสายอย่างไม่รอช้า แม้ปลายสายที่โทรมาจะมีรูปผู้หญิงและเด็กชายอีกสองคนโชว์หราขึ้นมาพร้อมเบอร์โทรศัพท์ก็ตามที
 
          “ขับชะลอตามเด็กคนนั้นไป
 
          “ครับ
 
         สิ้นเสียงสั่งการของบอสที่นั่งอยู่ด้านหลัง เลขาที่พ่วงตำแหน่งบอดี้การ์ดก็หักพวงมาลัยประชิดทางเท้า

 

          เรย์โนลส์เบนสายตาจากเป้าหมายก่อนชำเลืองมองที่เฮมสเวิร์ธผ่านกระจกมองหลัง แล้วเบนกลับไปยังเด็กหนุ่มที่กำลังเดินจ้ำอ้าวฝ่าฝูงชน ขณะที่ฝนกระหน่ำใส่ตัวเองจนเสื้อเปียกลู่กับผิวเนื้อ
 
          มือแกร่งประคองพวงมาลัยกระชับแน่นขึ้นด้วยท่าทีผ่อนคลาย เขาไม่แปลกใจเท่าไรที่เฮมสเวิร์ธจะมีข่าวฉาวโฉ่ลงตามสำนักข่าวไฮโซอยู่แทบทุกเดือน เพราะนอกจากหน้าตา เขาก็ยังสามารถเล่นละครเป็นสุภาพบุรุษได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีอีกด้วย

 

          และครั้งนี้.. ดูเหมือนว่าเฮมสเวิร์ธก็กำลังจะประสบความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

 

          ทอม ฮอลแลนด์ไม่ได้เกลียดสายตาที่เกือบทุกคนในแผนกมองมาที่เขาอย่างเดียดฉันท์ แต่ก็ทำใจยอมรับมันไม่ได้เช่นกัน

 

            คนตัวเล็กตัดสินใจจะเปิดประเด็นสนทนาเพื่อลดความกระอักกระอ่วนที่ตามหลอกหลอนเขาจนทำให้มือสั่นเทาอยู่ตอนนี้ ด้วยการชวนลอเรน เพื่อนคนแรกที่รู้จักในวันแรกของการทำงานที่เอชคอป ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันเหมือนที่เคยทำด้วยกันตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ทอมลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานของตัวเองก่อนเดินตรงไปยังโต๊ะของเธอที่อยู่อีกฝั่งของแผนก

 

            คนตัวเล็กสูดหายใจแล้วส่งยิ้มให้เธอมาแต่ไกล หญิงสาวร่างเพรียวบางกำลังหัวเราะร่วนกับประเด็นสนทนาที่กำลังคุยกับเพื่อนโต๊ะข้างกัน ก่อนที่เธอจะเผลอหันมาสบตาเข้ากับเด็กหนุ่มที่กำลังเดินตรงมายังตัวเอง ทอมเห็นปฏิกิริยาทุกอย่าง.. เขาเห็นลอเรนค่อยๆหุบยิ้ม เพื่อนโต๊ะข้างๆเธอก็เช่นกัน ตอนนี้มือของทอมสั่นหนักกว่าเดิม มันเป็นแบบนี้บ่อยครั้งเวลาที่เจอสถานการณ์ชวนอึดอัด แต่อย่างไรก็ตาม เขาหันหลังกลับไม่ได้แล้ว บางทีเขาอาจจะคิดมากไปเอง.. ทอมย้ำเตือนตัวเองในใจ

 

            “เฮ้-”

 

            “ไปกันเถอะเจส”

 

            ยังไม่ทันเอ่ยปากได้ถึงสองคำ ลอเรนก็หันไปสะกิดหญิงสาวที่นั่งข้างกัน และลุกออกไปอย่างผลุนผลัน แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะเปิดโปรแกรมใดๆเพื่อพิมพ์งานค้างไว้ก็ตาม

 

            ทอมหน้าชาวาบ และมองตามหลังของหญิงสาวที่เขาเคยสนิทด้วยความอ่อนใจ

 

            สมควรแล้วฮอลแลนด์

 

 

 

 

            ทอมใช้มือพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้น ก่อนเอามือไปรองน้ำจากก๊อกระบบเซ็นเซอร์แล้วยกขึ้นล้างหน้าตัวเอง มือเล็กปิดหน้าตัวเองอยู่อย่างนั้นสักพัก ก่อนลดมันลงเพื่อค้ำกับเคาท์เตอร์ภายในห้องน้ำ

 

            ดวงตาเรียวรีมองเงาสะท้อนตัวเองในกระจก เขาเห็นหยดน้ำที่เกาะตามผิวเนื้อ และเปลือกตาที่บวมแดงเนื่องจากผ่านการร้องไห้มาเกือบชั่วโมง ใช่.. เขาใช้เวลาพักเที่ยงทั้งชั่วโมงเพื่อร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ และดูเหมือนมันจะกลายเป็นที่ประจำของเขาทุกวันไปซะแล้ว

 

            เสียงประตูห้องน้ำดังขึ้น ทอมฮอลแลนด์มองเงาสะท้อนของร่างสูงที่กำลังเดินตรงปรี่มาที่เขา ก่อนยกยิ้มให้อีกฝ่ายจางๆ

 

            เฮมสเวิร์ธในชุดสูทสีเทาก้าวเท้าไปประชิดด้านหลังของคนตัวเล็ก ฝ่ามือแกร่งค่อยๆสวมกอดเอวบาง ใบหน้าไร้ที่ติขยับเข้าไปแนบกับแก้มเนียน ก่อนที่เขาจะเผยอริมฝีปากเพื่อลากลิ้นเลียหยดน้ำที่เกาะพรมจากผิวแก้มขึ้นไปที่ข้างขมับ ทอมฮอลแลนด์ย่นคอน้อยๆ ก่อนจะพยายามจับแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามคลายออกจากเอวของตน แล้วหันหน้าไปประจัญ

 

            “เดี๋ยวคนมาเห็นครับ”

 

            คริสพ่นลมหายใจหนักออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนใช้สองมือจับเอวอีกฝ่ายให้มั่นแล้วยกให้ขึ้นไปนั่งบนเคาท์เตอร์ มือเล็กรีบตวัดยกคล้องคอร่างสูงด้วยความตกใจเล็กน้อย ก่อนที่เฮมสเวิร์ธจะโถมกายเข้าหาจนร่างเล็กที่นั่งอยู่เอนตัวไปด้านหลังจนเกือบจะชิดกับอ่างล้างมือ

 

            “เรย์โนลด์เฝ้าอยู่ ไม่มีใครกล้ามากวนเราสองคนหรอกน่า” เฮมสเวิร์ธกระซิบข้างริมหูจนทอมได้กลิ่นบุหรี่อ่อนๆจากลมหายใจของอีกฝ่าย

 

            คนตัวเล็กใช้มืออีกข้างเท้ากับเคาท์เตอร์ ขณะปล่อยให้อีกฝ่ายปลดกางเกงของตัวเองร่นลงจนถึงเข่า เขาอยากปฏิเสธคนตรงหน้าเหลือเกิน ติดที่ตรงใจของเขาก็ต้องการเฮมสเวิร์ธเช่นเดียวกัน เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในที่ทำงาน เพราะหากเฮมสเวิร์ธต้องการ เขาก็ทอดกายให้อีกฝ่ายด้วยความยินยอม

 

            ทอม ฮอลแลนด์เลวสิ้นดี

 

            “อึก! อา” เสียงทุ้มหวีดครางในลำคอเมื่อปลายฟันคมขบลงที่ยอดอกของตัวเองอย่างแรงก่อนจะออกแรงดูดทึ้งด้วยความกระหาย ฮอลแลนด์เบ้หน้าอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนข้างมาทำแบบเดียวกันหากแต่ออกแรงมากกว่าเดิม มือเล็กยกขึ้นจับบ่าแกร่งสองข้างแล้วบีบเบาๆเพื่อเรียกสติอีกฝ่าย “ค..คุณคริส เบาหน่อยครับ อะ!!”

 

            เฮมสเวิร์ธไม่ได้ฟังคำร้องขอ เขาจับต้นขาเล็กแล้วกระชากเบาให้อีกฝ่ายนอนราบไปกับเคาท์เตอร์ ฮอลแลนด์เผลออุทานเนื่องจากศีรษะไปกระแทกเข้ากับกระจกเล็กน้อย มือเล็กเผลอกวาดเป็นวงกว้างเพื่อหาที่ยึด จนไปกระแทกกับก๊อกของอ่างล้างหน้าที่อยู่ฝั่งซ้ายของตัวเอง มือเล็กปัดผ่านระบบเซ็นเซอร์ที่ทำงานอัตโนมัติทำให้น้ำไหลซ่าออกมาจนเปียกซึมไปทั้งแขนเสื้อ

 

            เขาจำไม่ได้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เฮมสเวิร์ธเริ่มมีรสนิยมทางเซ็กส์ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นรุนแรงกว่าเมื่อก่อน แต่ฮอลแลนด์ก็ไม่กล้าปริปากอะไรออกไปอยู่ดี เขามันขี้ขลาดเกินกว่าจะกล้าท้วงติง.. ขี้ขลาดเกินกว่าจะยับยั้งอารมณ์ของตัวเอง และขี้ขลาดเกินกว่าที่จะเสียอีกฝ่ายไปจนยอมให้ใครต่อใครตราหน้าว่าโง่งม

 

            เฮมสเวิร์ธลากลิ้นร้อนชื้นไปตามผิวนวล ไรหนวดของร่างสูงทิ่มแทงกับหน้าท้องแบน จนผู้ที่อยู่เบื้องล่างต้องหดเกร็งเอาไว้ เฮมสเวิร์ธไม่ได้ปลดชั้นในที่เป็นปราการด่านสุดท้ายของเด็กหนุ่ม เพียงแต่ใช้นิ้วเหนี่ยวรั้งขอบผ้าตรงที่อยู่ตำแหน่งแก่นกลางของอีกฝ่ายออก เผยให้เห็นแกนกายอุ่นร้อนดีดผึงออกมาชูชัน และช่องทางสีหวานที่ขมิบรัดกันราวกับจงใจเชื้อเชิญ ก่อนที่เขาจะขยับไปตวัดผ่านช่องทางอุ่นร้อนอย่างกลั่นแกล้ง

 

          “อ๊ะ.. อ.. ” เด็กหนุ่มวัย 22 ปี เผลอกลั้นหายใจด้วยความเสียววาบ ขาสองข้างยกขึ้นเกี่ยวที่บั้นเอวของอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ ก่อนจะยกสะโพกขึ้นรับสัมผัส

 

          เสียงดูดดึงจากริมฝีปากของเฮมสเวิร์ธดังก้อง ฮอลแลนด์หลับตาลงเนื่องจากความเสียวซ่านตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ขณะใช้หลังมือปิดปากก่อนใช้ฟันขบลงผิวเนื้อเบาๆเพื่อกลั้นเสียงน่าอายของตัวเอง

 

             มือแกร่งรีบปลดซิปกางเกงตัวเองลง แล้วเหนี่ยวรั้งชั้นในไว้แค่หน้าขาก่อนจะประคองแกนกายออกมาไล้กับช่องทางด้านหลังอย่างหยอกเอิน ฮอลแลนด์บิดสะโพกด้วยความเสียดกระสันก่อนจะเลื่อนมือมาคว้าหมับที่บ่าแกร่ง ปลายเล็บมนจิกลงกับสูทตัวเก่งของอีกฝ่ายจนยับย่น

 

            เฮมสเวิร์ธก้มพรมจูบข้างแก้มนิ่ม ก่อนซุกใบหน้าเข้ากับเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม ร่างสูงใช้มือประคองศีรษะมน พลางใช้มืออีกข้างจับส่วนแข็งขืนเบียดเสียดเข้าไปในรอยจีบสีชมพูอ่อน ความอุ่นร้อนบีบรัดรอบลำท่อนแกร่งจนเจ้าตัวต้องเงยหน้าสูดปากด้วยความกระสัน

 

            “อ..อึก!! ด..เดี๋ยวครับ” เปลือกตาสีมุกปิดลงแน่นพร้อมเม้มริมฝีปากหากันจนเป็นรอยฟัน คนตัวเล็กเลื่อนมือลงไปดันตรงหน้าท้องที่ถูกประดับไปด้วยกล้ามท้องไว้น้อยๆ

 

            “ไม่เป็นไรนะ ทอมมี่ ผ่อนคลายหน่อยนะเด็กดี” เสียงเข้มกระซิบจรดใบหูขณะสอดนิ้วเข้าไปในกลุ่มผมนุ่มแล้วลูบช้าๆ

 

            ฮอลแลนด์ไม่ได้ตอบสิ่งใดออกไป เขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่นานนักเฮมสเวิร์ธก็ขยับสะโพกกระแทกกระทั้นเข้าไปในกายบางอีกรอบ

 

            “OH FUCK!”

 

         เฮมสเวิร์ธหลับตาลงแน่น ก่อนแช่ค้างไว้แบบนั้น เขารับรู้ได้ถึงหน้าท้องเนียนที่หดเกร็ง ร่างสูงผละออกมาจากเรือนผมนุ่มแล้วมองใบหน้าหวานที่กำลังเหยเกด้วยความจุก มือเล็กขยุ้มเสื้อสูทของเขาแน่นเสียจนสั่นระริก

 

            เจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดของเขาเผยอปากหอบหายใจจนน้ำลายไหลออกมาเปื้อนเปรอะที่มุมปาก เฮมสเวิร์ธก้มลงไปจูบซับเบาๆ แล้วเลื่อนไปประกบจูบที่ริมฝีปากบางแล้วดูดทึ้งจนพอใจพลางสวนกระแทกสะโพกอย่างแรงอีกครั้งแล้วทยอยเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยาน

 

            ฮอลแลนด์ผละมือออกมายันกายกับเคาท์เตอร์อ่างล่างมืออีกครั้ง เนื่องจากแรงกระแทกทำให้แผ่นหลังที่อยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนขูดกับขอบของมัน คนตัวเล็กพยายามเปิดเปลือกตามองคนที่อยู่ด้านบน ทอมอยากรู้เพียงว่า เขาทำให้เฮมสเวิร์ธมีความสุขได้มากขนาดไหน เมื่อได้คำตอบนั้น ใบหน้าอ่อนเยาว์ก็ยกยิ้มด้วยความครึ้มใจก่อนยกสะโพกสวนรับเข้ากับแรงกระแทกอย่างปรนเปรอ

 

          มือเล็กเลื่อนขึ้นประคองใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยความรัก ก่อนที่เฮมสเวิร์ธจะเปิดเปลือกตาขึ้นสบตากับอีกฝ่าย.. นาทีนั้นเองที่คำครหาต่างๆที่คนตัวเล็กเคยได้ยินมาก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ฮอลแลนด์ลืมความผิดชอบชั่วดีอีกหน และนั่นเป็นเครื่องยืนยันว่าทอมรักคนตรงหน้าอย่างหมดหัวใจ

 

 

 

 

          เรย์โนลด์เดินออกห่างจากประตูห้องน้ำ เสียงครวญครางที่ดังเล็ดลอดออกมาจากด้านในยังไม่สิ้นสุดลงแม้เวลาจะผ่านไปเกือบสองชั่วโมง เป็นเรื่องจริงที่เฮมสเวิร์ธไม่เคยทิ้งงาน แต่หากเป็นทอม ฮอลแลนด์ เขาก็ยอมเสียทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย

 

          ไรอันกดยิ้มมุมปากพร้อมแค่นเสียงหัวเราะขึ้นจมูกกับตัวเอง เป็นแบบนี้ก็ดี.. เขาจะได้โจมตีจุดอ่อนของเฮมสเวิร์ธให้ถูกเป้าหมาย

 

 

 

To be continued

 

 

 

ดราม่าเอยจงซับซ้อนยิ่งขึ้น
#PYGDRyanTom

 

PUSH YOUR GUN DOWN | #RyanTom (Intro)

 

 

INTRO

 

 

ไฟนรกมอดไหม้สุมอก ทรมานไปทั้งใจ
แต่กลับยอมตกเป็นรองด้วยความยินดี..
โธมัสคนเลว

 

 

 

 

          “อะ..” ปลายนิ้วเรียวจิกขยุ้มผ้าปูเตียงสีเข้ม ก่อนจะเบี่ยงใบหน้า หลบคนเอาแต่ใจที่พยายามซุกไซร้จมูกไปทั่วโครงหน้าของตน โธมัส สแตนลีย์ ฮอลแลนด์ ขบปลายฟันลงบนริมฝีปากตัวเองแน่น พร้อมยกมือดันแผ่นอกแกร่งเบาๆ “ม..ไม่ทำได้มั้ยครับ..”

 

         ใบหน้าคมผละออกจากแก้มนวล ร่างสูงเงยใบหน้าสมบูรณ์แบบของตนขึ้นช้าๆ ก่อนพ่นลมหายใจออกมาอย่างเสียไม่ได้

 

         “เดี๋ยวนี้กล้าขัดใจฉันหรือไง?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากได้รูปโน้มลงไปขบกับใบหูของอีกฝ่ายราวกับจงใจเพิกเฉยต่อคำร้องขอเมื่อครู่

 

           ทอมเอียงใบหน้าหลบอีกครั้ง

 

           เฮมสเวิร์ธส่งเสียงในลำคอเล็กน้อยอย่างขัดใจ ก่อนลุกขึ้นยืนพลางจัดแจงเสื้อเชิ้ตราคาแพงที่กำลังสวมใส่ให้เข้าที่

 

          ทอมกระชับกระดุมเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยเข้าหากันลวกๆ ก่อนดันตัวลุกขึ้นนั่ง ดวงตากลมโตสั่นไหวเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายหัวเสียอยู่ไม่น้อย ร่างบอบบางขยับไปใกล้ แขนเรียวตวัดกอดเอวแกร่งก่อนซบใบหน้าลง

 

          “ข.. ขอโทษครับ” ทอมกลืนก้อนสะอื้นที่จุกตันอยู่ลำคอ ก่อนปิดเปลือกตาลงแน่น

 

          คนตัวเล็กไม่ชอบเวลาเห็นอาการของร่างสูงแบบนี้เลยสักนิด.. กลัวว่าเขาจะเบื่อ

 

         ไหล่บางสั่นสะท้าน ทั้งๆที่พยายามกลั้นมันเอาไว้ ทว่ากลับดูเหมือนไม่ช่วยอะไรเสียเลย วันนี้ทอมเหนื่อยเหลือเกิน อ่อนล้าทั้งกายและใจ

 

          คริสเอี้ยวตัวกลับมา ร่างสูงส่ายหน้าเบาๆ ก่อนใช้สองมือประคองแก้มใสให้เงยมอง

 

          “ร้องไห้ทำไม?” คริสใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำใสๆที่ไหลลงมาข้างแก้ม แผ่วเบาราวกับเกรงว่าคนตรงหน้าจะบุบสลาย

 

          เจ้าของเรือนผมสีอ่อนสั่นศีรษะไปมา ก่อนดวงตาเคลือบน้ำจะเบนไปมองทางอื่น คริสเชยคางเรียวขึ้นอีกครั้งอย่างจับผิด

 

          “คนที่บริษัทอีกแล้วเหรอ?”

 

           ทอมเงียบ.. ริมฝีปากบางขบหากันเบาๆ ก่อนที่น้ำตาจะรื้นขึ้นมาอีกระลอก คริสพรูลมหายใจ เขานึกเอาไว้อยู่แล้ว มีอยู่ไม่กี่อย่างที่สามารถทำให้แววตาสดใสที่เขาโปรดปรานนักหนาหม่นหมองลง

 

          คริสโตเฟอร์ เฮมสเวิร์ธลูบไล้โครงหน้าเรียวเบาๆ ก่อนจะดึงคนตรงหน้ามากอด ลูบแผ่นหลังบางปลอบประโลมอีกฝ่ายด้วยความห่วงใย

 

          “เด็กน้อย อย่าไปใส่ใจกับคำพูดคนอื่นนักเลย”

 

          ทอมข่มตาลง ก่อนยกแขนกอดตอบอีกฝ่ายแน่น โครงหน้าสวยซบลงกับท้องแกร่งแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้าๆ

 

          ทั้งที่สมควรชินได้แล้วกับการถูกมองด้วยสายตารังเกียจ แต่ทอมเหมือนจะขาดอากาศหายใจตายตรงนั้นให้ได้

 

         ..เขาไม่อยากยอมรับสถานะที่คนอื่นกล่าวถึง หากแต่หลีกเลี่ยงความต้องการของหัวใจไม่พ้น

 

         ตอนนี้เขารังเกียจตัวเองเหลือเกิน

 

         รังเกียจที่รักคนตรงหน้าหมดหัวใจ จนยอมทิ้งศักดิ์ศรีที่แสนหวงแหนให้คนอื่นเหยียบย่ำอย่างไม่ปรานี

 

         “คราวนี้ใครอีกล่ะ ให้ฉันไล่ออกเลยดีมั้ย?”

 

         คนตัวเล็กผละออก คิ้วเรียวสวยขมวดคิ้วก่อนสั่นศีรษะระรัว “ทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ”

 

         เฮมสเวิร์ธหลุดขำในท่าทีอีกฝ่าย ก่อนนั่งลงบนเตียงข้างอีกฝ่าย ร่างสูงเอื้อมมือไปกอบกุมสองมือเล็กแน่นด้วยความหวงแหน

 

         ฮอลแลนด์แสนดีเหลือเกิน

 

         เขารักคนตัวเล็กหมดหัวใจ และเชื่อว่าอีกฝ่ายก็รักเขาหมดหัวใจเช่นกัน.. ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่พวกเขาเริ่มสานความสัมพันธ์บิดเบี้ยวแบบนี้ โดยไม่ได้คำนึงว่าจะมีใครเสียใจ

 

         จะว่าเห็นแก่ตัว คริส เฮมสเวิร์ธก็ยอมรับผิดแต่โดยดี

 

         “บอกรักฉันหน่อยสิ” ฝ่ามือแกร่งบรรจงวางบนขมับอีกฝ่าย ก่อนใช้นิ้วโป้งลูบไปตามแนวคิ้วเรียว

 

         ทอมยกยิ้มบางเบาราวจะแค่นยิ้มสมเพชให้ตัวเอง

 

         ทั้งๆที่เขายอมกระโจนเข้ากองไฟ กลับไม่ได้ยินคำว่ารักจากปากอีกฝ่ายให้ชื่นใจสักครั้ง

 

         “ผมรักคุณคริสครับ”

 

         คริสโตเฟอร์ เฮมสเวิร์ธยกยิ้มกว้าง ก่อนโน้มใบหน้ากดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มของอีกฝ่าย แล้วค่อยๆไล่พรมลงมาจนถึงข้างแก้มนวล ริมฝีปากเป็นกระจับบรรจงจูบซับน้ำตาที่เปรอะเปื้อนสองข้างแก้ม ขณะประคองโครงหน้าหวานให้เอียงเข้ามารับสัมผัสของตนให้มากขึ้น

 

         “อะ..” ทอมหลุดเสียงครางในลำคอแผ่วเบา เมื่อริมฝีปากซุกซนเริ่มไล่ลามลงไปถึงลำคอขาว คริสกดจูบลงบนผิวเนื้ออ่อนของอีกฝ่ายโดยไม่ลืมขบกัดจนเกิดรอยจางๆ จงใจให้อีกฝ่ายตกใจเล่น “อื้ออ! อย่าทำรอยนะครับ อ..!”

 

         ยังไม่ทันสิ้นคำทักท้วง พ่อนักรักผลักร่างน้อยที่โหยหาลงกับเตียงกว้าง แล้วแกะกระดุมเสื้อของอีกฝ่ายที่ยังไม่ทันใส่ให้เรียบร้อยออกอีกครั้ง คริสกดจูบไล่เล็มตามผิวกายขาวไปทั่วอย่างครึ้มใจ ก่อนครอบริมฝีปากลงไปบนยอดอกสีอ่อน

 

         “อา..” ร่างเล็กในสภาพกึ่งเปลือยครางหวิวอย่างลืมตัว ทอมจิกเล็บลงบนไหล่กว้างด้วยความเสียวซ่าน

 

         ปลายลิ้นช่ำชองของคริสตวัดฉกชิมความหวานให้หนำใจ พร้อมเลื่อนมือลงไปขยำก้อนเนื้อนิ่มภายใต้กางเกงสแลค

 

         “ขออนุญา..”

 

         “!!”

 

         เสียงทุ้มดังขึ้นจากประตูห้องที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ดวงตากลมหันไปมองด้วยความตกใจ ก่อนเบี่ยงหลบไปอีกทางอย่างรวดเร็ว แล้วติดกระดุมเสื้อของตนจนเรียบร้อย

 

         คริสหันไปมองผู้มาใหม่อย่างหัวเสีย ก่อนจำใจผละออกมาจากร่างในอ้อมกอดอย่างเสียไม่ได้

 

         “ขอโทษครับท่าน ผมเห็นประตูเปิดไว้” ร่างสูงสง่าไม่แพ้ผู้เป็นนายค้อมลงด้วยความนอบน้อม

 

         คริสดันกายลุกขึ้นยืน ก่อนขยับสาบเสื้อของตนพลางยกมือโบกไปมาอย่างติดรำคาญ “มีอะไรก็ว่ามา”

 

         “มีสายจากออสเตรเลียครับ เรื่องปัญหาของในสต๊อก”

 

         คิ้วเข้มขมวดหากันอย่างนึกแปลกใจ “นัดคอนเฟอเรนซ์ให้ฉันตอนบ่ายโมง”

 

         เอ่ยสั่งลูกน้องคนสนิท ก่อนหันไปหาคนตัวเล็กที่นั่งขบริมฝีปากตัวเองในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อครู่

 

         “เดี๋ยวฉันจะมาหาใหม่” คริสยกมือลูบกลุ่มผมนิ่ม แล้วกดจูบลงบนขมับ โดยไม่ลืมจูบย้ำอีกครั้งเป็นการบอกกลายๆว่าเขาไม่ได้อยากจากคนตรงหน้าไปไหนเลยแม้แต่น้อย

 

         “เดินทางปลอดภัยนะครับ” ริมฝีปากบางยกยิ้มจางๆ

 

         ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังของคนรักเดินออกไปจากห้องจนลับสายตา

 

         ทว่า.. ก่อนประตูไฟเบอร์กลาสบานคู่จะถูกปิดลง

 

         แผ่นหลังกว้างในสูทสีดำที่ควรจะเดินตามเจ้านายของตนออกไป กลับหันมามองคนที่ยังนั่งอยู่บนเตียงช้าๆ

 

         โธมัส ฮอลแลนด์สบเข้ากับดวงตาเยียบเย็น

 

         คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างนึกแปลกใจ แต่ไม่ทันได้เอ่ยปากถามสิ่งใดออกไป นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนก็จำต้องสั่นไหวด้วยความพรั่นพรึงอย่างไร้สาเหตุ

 

         โครงหน้าได้รูปหันมาปรายหางตามองพร้อมกดยิ้มมุมปากขึ้นช้าๆราวกับจงใจให้อีกฝ่ายรู้ตัว ก่อนขาเรียวยาวจะหันกลับไปเดินออกจากห้องโดยไม่ลืมปิดประตูให้สนิท

 

         สองมือเล็กที่วางประสานอยู่หน้าตักบีบหากันแน่น คิ้วเรียวขมวดเป็นปม เกิดคำถามขึ้นในใจเป็นร้อยเป็นพัน แต่โธมัสก็พร่ำบอกตัวเองในใจว่าตนอาจแค่คิดมากเกินไป..

 

         แต่สายตาเมื่อครู่นั้น..

 

         .. ไรอัน เรย์โนลด์ดูอันตรายเกินไปจริงๆ

 

 

 

To be continued

 

 

 

SF เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากคู่นึงของอีกด้อมที่มิวแต่งไว้เมื่อปี 2015 ค่ะ ค้นโฟลเดอร์เก่าๆแล้วก็เสียดาย
แล้วประจวบเหมาะกับอยากแต่งแนวนี้ (ให้น้องทอมโดนกระทำแบบพล็อตอมตะ) บ้างค่ะ
เลยตัดสินใจแปลงซะเลย แก้สำนวนเยอะอยู่เหมือนกัน หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ
พูดคุยกันผ่านแท็ก #PYGDRyanTom ได้นะคะ จู๊บ